ปลูกได้แต่ต้องจดแจ้งก่อน! ปลดล็อกกัญชาพ้นยาเสพติดประเภท5

0 182

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อพิจารณาร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้กัญชา กัญชง พ้นจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้กัญชา กัญชง พ้นจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเสนอมา ซึ่งร่างดังกล่าวจะมีการระบุชื่อยาเสพติดที่ยังคงอยู่ในประเภท 5 ประกอบด้วย ฝิ่น เห็ดขี้ควาย ส่วนสกัดของกัญชา ที่มีสารทีเอชซี เกิน 0.2% ซึ่งหากจะปลดล็อกส่วนสกัดของกัญชาก็จำเป็นต้องออกข้อกำหนดควบคุมและให้เกิดความมั่นใจว่า จะนำมาใช้ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย อุตสาหกรรม และการใช้ทางสุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่นำไปใช้ทางที่ผิด เช่น การเสพเพื่อให้มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท

โดยวันที่ 26 มกราคมนี้ จะยื่น ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ต่อสภา หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจาก ส.ส.ทุกคน โดยจะเร่งให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา 120 วัน จากนี้

เมื่อยืนยันผลกลับมาก็จะมีการถอนกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะสนับสนุนพืชกัญชง กัญชา เพื่อใช้ทางการแพทย์ การวิจัยและการศึกษา อีกทั้งยังเป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้เร่งการนำพืชกัญชามาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนเรื่องของความห่วงใยจากนานาชาติ ก็มีข้ออธิบายอยู่แล้ว เพราะเรานำมาใช้ทางการแพทย์ ดังนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศจะต้องแจ้งไปยังทูตไทยในแต่ละประเทศให้ชี้แจงผู้ที่สงสัยต่อไป

“ขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุน และจากนี้ไปขอความร่วมมือให้นำไปใช้ในสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่าใช้ในทางที่เกิดโทษ ทางกระทรวงสาธารณสุขจะวิจัยและต่อยอดเพื่อใช้กัญชาให้เกิดประโยชน์สูงสุด” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า ประชาชนทั่วไปจะสามารถปลูกกัญชาได้เมื่อใด นายอนุทินกล่าวว่า ดีที่สุดต้องทำตามกฎหมาย คือต้องรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ก่อน จากนี้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องไปหาแนวทางเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการใช้กัญชา และไม่ให้เกิดการตีความ เรารอมาขนาดนี้แล้วและทำจนสำเร็จ จากนี้ต้องไม่มีใครไปตีความอีก เราปลดมาขนาดนี้แล้วขอให้รอนิดหนึ่ง ทำตามกฎหมายดีที่สุด เมื่อถามว่า หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ คนที่ปลูกกัญชาได้จะเป็นเฉพาะวิสาหกิจชุมชนหรือประชาชนทั่วไปสามารถปลูกได้ด้วย

นายอนุทินกล่าวว่า “จากนี้ไปจะสามารถปลูกได้ง่ายแล้ว แต่ต้องจดแจ้งก่อน และต้องปลูกตามจำนวนที่กำหนดแล้วไม่นำไปสกัดเพื่อใช้ในทางอุตสาหกรรม หากจะสกัดเป็นน้ำมันต้องขออนุญาต นี่คือกระบวนการควบคุมการใช้กัญชา ถ้าชาวบ้านจะปลูกในบ้านก็จดแจ้งได้เลย ช่วงเวลานี้เป็นช่วงต้องเร่งทำกฎหมายเพื่อคุ้มครองชาวบ้าน ไม่ให้มีคนหัวหมอตีความว่าคนไหนทำผิดหรือไม่ทำผิด และการจดแจ้งในที่นี้คือเรียนมาเพื่อทราบ ไม่ใช่เรียนมาเพื่ออนุมัติ”

ที่มาข่าว : มติชน