เปิดใจ แม่ถูกลูกขโมยบัตร ATM กดเงิน 3 แสน โปรยแจก ไม่โกรธแม้ไม่ใช่ลูกในไส้

0 68

หัวอกคนเป็นแม่ ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกในไส้ แต่ก็รักเหมือนลูกแท้ๆ ไม่อยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับลูกชาย หลังขโมย ATM แอบกดเงินเกือบ 3 แสน โปรยกลางตลาด-ซื้อของแจก 

จากกรณีที่ นางสมหวัง อายุ 70 ปี หญิงสูงอายุชาว อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.นิธิวัฒน์ คำนนท์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก ว่า นายวุฒิศักดิ์ หรือ ปุ่ง อายุ 39 ปี ลูกชายของตัวเอง ได้ขโมยบัตร ATM จาก 2 ธนาคาร ไปแอบกดถอนเงินรวมเกือบ 3 แสนบาท

แล้วเอาเงินดังกล่าวไปโปรยแจกในตลาดสดเทศบาลตำบลสตึก และซื้อของแจกชาวบ้าน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ  02.59 น. วันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา และอยากให้ตำรวจช่วยติดตามเงินที่ลูกชายเอาไปโปรยแจกมาคืนด้วย 

ล่าสุด วานนี้ (10 พ.ค.) พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา นายวุฒิศักดิ์ ลูกชายสายเปย์แล้ว ฐานลักทรัพย์เอาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรเบิกถอนเงินอัตโนมัติ หรือ เอทีเอ็ม) ของผู้เสียหายไปใช้เบิกถอนเงินสดจากบัญชี พร้อมทั้งสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี

โดย นายวุฒิศักดิ์ ลูกชายสายเปย์ ยอมรับสารภาพว่า ได้ขโมยบัตร ATM ของแม่ไปถอนเงินจริง โดยถอนครั้งละประมาณ 10,000 – 20,000 บาท รวมหลายครั้ง เป็นเงินทั้งหมดเกือบ 300,000 บาท แล้วนำไปโปรยแจกที่ตลาด และซื้อของแจกให้กับชาวบ้านด้วย

โดยอ้างว่าเพราะอยากทำบุญให้กับพ่อที่เสียชีวิต ทั้งยังอ้างว่ามีบางส่วนที่ถอนมาใช้จ่ายทั้งตนเองและมาด้วย แต่ไม่คิดว่าการทำแบบนี้จะมีความผิด ซึ่งหลังแจ้งข้อกล่าวหาพนักงานสอบสวนก็ได้ปล่อยตัวชั่วคราว  เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี 

ด้าน นางสมหวัง ผู้เป็นแม่ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาลูกชายเคยแอบขโมยเงินของตนเองหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 1,000 – 2,000 บาท ซึ่งตนเห็นว่าไม่ได้มาก จึงไม่ได้คิดอะไร ก็แค่ตักเตือนว่าอย่าทำแบบนี้

แต่ล่าสุดถึงขั้นขโมยบัตร ATM ไปแอบกดถอนเงินมากถึงเกือบ 3 แสน แล้วนำไปโปรยแจกและซื้อของแจกคนอื่น จึงตัดสินใจแจ้งตำรวจเพราะอยากให้ช่วยติดตามเงินที่ลูกนำไปแจกกลับคืน  

แต่ก็ไม่อยากให้ดำเนินคดีกับลูก เพราะถึงแม้จะไม่ใช่ลูกในไส้ แต่ก็รับมาเลี้ยงตั้งแต่อายุเพียง 1 เดือน ก็รักเหมือนลูกแท้ๆ เพราะตนกับสามีไม่มีลูก และหลังสามีเสียชีวิตก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแค่ 2 คน

หากลูกจะถูกดำเนินคดีก็เป็นห่วงและสงสาร แต่ก็ไม่อยากให้ลูกทำแบบนี้อีก ส่วนเงินที่มีคนเก็บเอาไปตอนนี้ได้นำมาส่งคืนให้แล้ว 2,900 บาท ส่วนที่เหลือก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือไม่

ด้าน ป้าแมว แม่ค้าในตลาดสด บอกว่า วันที่มีคนนำเงินมาโปรยในตลาด ตนยังไม่ได้ออกมาขายของที่ตลาด เพราะวันนี้ออกมาประมาณตี 4 แต่เท่าที่แม่ค้าเล่าให้ฟังบอกว่าเขามาโปรยแจกตอนประมาณตี 3  ก็มีทั้งแบงก์ 100, 500 และ 1,000 บาท ซึ่งคนที่เก็บเอาไปก็คิดว่าเขาเอามาโปรยแจกก็เก็บ แต่ไม่ได้คิดว่าเงินที่เอามาโปรยแจกนั้นได้มาจากไหน

กระทั่งมาทราบภายหลังตอนที่เจ้าหน้าที่มาบอกว่าเป็นเงินที่ลูกขโมยของแม่มาแจก หากใครเก็บได้ก็ให้นำไปคืน ซึ่งส่วนตัวหากเป็นคนเก็บไปแล้วรู้ความจริงก็จะเอามาคืน เพราะสงสารคนเป็นแม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนว่าจะนำมาคืนหรือไม่

ขณะที่ พ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรณธานี ผู้กำกับการ สภ.สตึก ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าใครที่เป็นคนเก็บเงินไปบ้าง พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์ให้คนที่รู้ตัวว่าเก็บเงินไปให้นำมาส่งคืนไว้ที่ สภ.สตึก ก็มอบให้กับผู้เสียหายคืน แต่หากใครไม่นำมาคืนแล้วมีภาพหลักฐานปรากฎก็จะเข้าข่ายความผิดฐานรับของโจร

ที่มา www.sanook.com