หนุ่มใหญ่เฝ้าไร่ ซุ่มจับโจรขโมยมันฯ ถูกยิง 4 นัดเป็นศพดับสลด

0 29

หนุ่มใหญ่แอบซุ่มจับโจรขโมยมันสำปะหลัง สลดถูกยิง 4 นัดเป็นศพคาไร่ แม่คาดคนร้ายน่าจะเผชิญหน้ากับลูกชาย-และรู้จักกันจึงฆ่าปิดปาก วอนตำรวจเร่งจับตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.66 ร.ต.อ.พงศกร วิเศษพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปะคำ รับแจ้งคนถูกยิงเสียชีวิตกลางไร่มันสำปะหลัง เหตุเกิดในพื้นที่บ้านทรายทอง หมู่ 17 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจุด อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์

ที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรังอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร พบศพ นายมานพ พั่วชู อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ นอนหงายเสียชีวิต สวมหมวกไหมพรมสีแดง สวมเสื้อแขนยาว นุ่งกางเกงขายาว และสวมรองเท้าบู๊ท จากการตรวจสอบพบมีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณต้นคอ หน้าอก และแผ่นหลัง และฝ่ามือซ้ายถูกยิงจนทะลุอีก 1 แผล

ภาพ/ข่าว https://www.thairath.co.th/news

จากการสอบถาม นายเสา เข็มนางรอง อายุ 40 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า ผู้ตายเป็นคนอีกหมู่บ้าน แต่มีไร่มันสำปะหลังอยู่ที่บ้านทรายทอง เท่าที่ทราบมักช่วงหลังมักจะมีคนร้ายแอบมาขโมยถอนมันสำปะหลังของชาวบ้านเป็นประจำ เนื่องจากช่วงนี้มันสำปะหลังมีราคาแพงเป็นประวัติการณ์ หัวขโมยจึงลอบมาถอนเอาไปขายอยู่เป็นประจำ ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนยิง และประสงค์อะไรถึงมาก่อเหตุ

จากการสอบถาม นางสุนีย์รัตน์ กิจติพงศ์ภากร อายุ 68 ปี แม่ผู้ตาย เล่าว่า ลูกชายบอกว่ามันสำปะหลังโดนขโมยทุกวัน ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ลูกชายบอกว่าจะไปแอบซุ่มจับคนร้ายที่มาขโมยถอนมัน สุดท้ายมาทราบอีกทีว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่ลูกชายถูกยิงนั้น คาดว่าคนร้ายน่าจะไปเผชิญหน้ากับลูกชายขณะกำลังขโมยมัน และน่าจะรู้จักกันจึงถูกคนร้ายฆ่าปิดปาก ตนจึงอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะเป็นเหตุการณ์อุกอาจ ฆ่าได้แม้กระทั้งเกษตรกรที่ไปปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง

ด้าน น.ส.สุชิด พรมมะนัด อายุ 49 ปี ภรรยาผู้ตาย เล่าว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุ 2-3 วัน สามีโทรมาบอกว่าจะจับคนร้ายให้ได้ เพราะมันมาขโมยถอนมันสำปะหลังไปจากไร่หลายครั้ง ส่วนตัวคาดว่าคนที่ทำร้ายสามี คือ คนร้ายที่มาขโมยมันสำปะหลัง จึงอยากจะให้ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ เพราะการกระทำดังกล่าวของคนร้ายถือว่ารุนแรง ทำกับเกษตรกรที่ไร้ทางสู้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเร่งทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา… https://www.thairath.co.th/news/crime/2597731