วัยรุ่นหนีตายคู่อริไล่แทง ขอให้ตำรวจช่วย กลับถูกจับใส่กุญแจมือ กระทืบ เหยียบหัว

0 94

วัยรุ่นหนีคู่อริขอให้ตำรวจช่วย กลับถูกจับใส่กุญแจมือ กระทืบ เหยียบหัว ล่าสุด 2 ตำรวจ สภ.สามพราน ถูกสั่งเด้งแล้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีผู้เปิดเผยคลิปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของคืนวันที่ 30 เม.ย.65 ที่ผ่านมา บริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 44 ถนนนบรมราชชนนี ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยภาพในกล้องวงจรปิด จะเห็นสามวัยรุ่นขับขี่ รถ จยย. ย้อนศรมุ่งหน้าตรงมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของ สภ.สามพราน

โดยก่อนหน้านี้วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ขับขี่รถ จยย. มาจาก จ.นครปฐม เพื่อมาหาแฟนสาวที่ อ.สามพราน แต่บังเอิญไปเจอกับกลุ่มคู่อริยกพวกทำร้ายและไล่แทงมา จึงได้ขับรถหนี เมื่อพบเห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของ สภ.สามพราน จึงได้ขับรถย้อนศรเข้าไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือและพยายามอธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าพวกตนถูกคู่อริไล่แทงมา แต่ตำรวจกลับไม่ฟัง สั่งให้ยกมือขึ้นและให้นั่งลงถอดเสื้อ ตรวจค้นเจออาวุธปืนพกสั้น

หลังจากนั้นตำรวจก็ใช้เท้าเหยียบหัวและตามลำตัวจับใส่กุญแจมือบังคับให้นอนลงกับพื้น เตะ กระทืบ เหยียบไปที่หัว ใช้เข็มขัดฟาด หลังจากนั้นตำรวจได้ขอกำลังสนันสนุนจากฝ่ายสืบสวนนำตัวขึ้นรถไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.สามพราน พร้อมกับแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากเหตุการณ์ดังกว่าทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ของ สภ.สามพราน ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ทั้งจับใส่กุญแจมือ กระทืบ เตะ ใช้เท้าเหยียบหัว ถอดเข็มขัดฟาด เหยียดหยามความเป็นมนุษย์ หากจะจับกุมก็จับกุมกันดีๆ เนื่องจากว่าเยาวชนกลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้ก่ออาชญากรรมรุนแรงที่เป็นภัยต่อสังคม และไม่ได้ทำการขัดขืนแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเข้ามาหาเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับเป็นว่าหนีเสือปะจระเข้

ล่าสุดวันนี้ (21 พ.ค.) มีรายงานว่า หลังปรากฏเป็นข่าวเพียงแค่วันเดียว พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ชูนาค รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม ในฐานะรักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นครปฐม มีคำสั่งให้ตำรวจในคลิป 2 นาย เป็น “รอง สวป.สภ.สามพราน” และ “ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สามพราน” ไปปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการ บก.ภ.จว.นครปฐม โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ที่มา www.sanook.com