วัดป่าละหานทราย แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ของบุรีรัมย์

0 148

วัดป่าละหานทราย ตั้งอยู่ที่ 505 หมู่ 2 ตำบลละหานทราย อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีพื้นที่ทั้งหมด 80 ไร่ จากการถวายของนายประสิทธิ์ พัลวัล อดีตกำนันตำบลละหานทราย และทางวัดได้ซื้อขยายเพิ่มเติม พื้นที่เป็นสภาพป่าไม้ทั้งหมดไม้ที่พบได้แก่ ประดู่ พยุง ลำดวน เป็นต้น สัตว์ป่าที่พบในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ บ่าง กระรอก กระแต ไก่ ป่า สภาพโดยรวมยังมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ (เรืองฤทธิ์ สุธีโร, 2560)

วัดป่าละหานทรายก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2523 ด้วยการดำริของพระครูวิบูลวรญาณ เจ้าคณะอำเภอละหานทราย (ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอละหานทราย พ.ศ. 2558) ที่ต้องการให้คณะสงฆ์อำเภอละหานทรายมีวัดที่เป็นวัดป่า เพื่อเป็นสถานที่อบรม ปฏิบัติด้านจิตภาวนาของคณะสงฆ์และประชาชนทั่วไป ซึ่งสถานที่ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองมากนัก โดยมีการนิมนต์พระสายวัดหนองป่าพงมาวางรากฐานระเบียบข้อปฏิบัติ ซึ่งคณะพระวัดหนองป่าพงอยู่ได้ระยะหนึ่ง ก็ได้ลาออกไป พระครูวิบูลวรญาณ เจ้าคณะอำเภอละหานทรายจึงได้มอบหมายให้พระครูปริยัตยากร (พิพัฒน์ อินทวีโร ป.ธ.3) ซึ่งในระหว่างนั้นท่านได้ศึกษาปฏิบัติกรรมฐานอยู่กับหลวงพ่อกัสสะปะมุนี สำนักวัดปิปผลิวนาราม อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ให้มาเป็นเจ้าสำนัก หลวงพ่อกัสสะปะมุนี เป็นสัทธิวิหาริกในเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถร) วัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพมหานคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 พระมหาเรืองฤทธิ์ สุธีโร ได้รับเป็นเจ้าสำนักสืบต่อจากอดีตพระครูปริยัตยากร วัดป่าละหานทรายได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ได้รับประกาศตั้งวัดในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552 สังกัดมหานิกาย และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วัดป่าละหานทราย ประกอบด้วยถาวรวัตถุสำคัญภายในวัดได้แก่ วิหารพุทธร่มโพธิ์ สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย โดยได้รับจากผู้ว่าการรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นผู้มอบถวายให้และประดิษฐานพระพุทธรูปหยกเขียว ขนาดหน้าตัก 60 นิ้ว สร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในมงคลสมัยทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

มหาวิหารไม้พระพุทธรูปหยกขาว สร้างด้วยวัสดุไม้ทั้งหลัง เป็นงานสร้างศิลปะล้านนา ลักษณะการสร้างเป็นงานช่างโบราณ มีการเจาะสลักเข้าไม้ด้วยวิธีโบราณ เสาแต่ละต้นมีการกลึงให้กลม ขนาดคนโอบไม่รอบ สร้างด้วยระยะเวลา 9 เดือน ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 82 พรรษา มหาวิหารไม้หลังนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว ขนาดหน้าตัก 82 นิ้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้รับถวายพระนามพระพุทธรูปหยกขาวองค์นี้ชื่อ พระพุทธมงคล มหาชนอภิปูชนีย์ จากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

พิพิธภัณฑ์บูรพาจารย์ สถานที่ประดิษฐานรูปหล่อสำริด พระครูภาวนาภิมณฑ์ (หลวงปู่สุข ธัมมะโชโต) และหลวงปู่กัสสะปะมุนี ผู้เป็นบูรพาจารย์กัมมัฏฐานของสำนักวัดป่าละหานทราย ได้ทำพิธีเปิดป้ายเมื่อปี พ.ศ. 2554 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นประธาน

อุโบสถกลางน้ำ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2554 ตั้งอยู่กลางสระน้ำขนาด 5 ไร่ อุโบสถสร้างด้วยวัสดุไม้ เช่น ไม้สักทอง ไม้มะค่า ในการก่อสร้าง พระมหาเรืองฤทธิ์ สุธีโร เจ้าอาวาสวัดป่าละหานทรายเป็นผู้ดูแลการก่อสร้างโดยประยุกต์ศิลปะล้านนาและล้านช้างรวมกัน เป็นงานสร้างแบบโบราณ การเจาะการเข้ารสลักไม้ต่างๆ เป็นงานสร้างแบบโบราณ เสาอุโบสถได้ลงรักปิดทองคำด้วยลวดลายที่งดงาม พระประธานภายในอุโบสถ แกะสลักด้วยหยกจากประเทศพม่า หน้าตักกว้าง 24 นิ้ว เป็นเนื้อหยกที่มีความใสงดงาม ได้รับประทานชื่อจากอดีตเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระนามว่า พระพุทธมงคล ประชาชนอภิปูชนีย์ และในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557 พระเดชพระคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก (เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระพรหมเวที) วัดไตรมิตรวิทยาราม ได้เป็นประธานในการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเกศองค์พระพุทธรูปหยก ฉลองงานผูกพัทธสีมาอุโบสถวัดป่าละหานทราย

พระพุทธมหาเจดีย์ 45 เมตร ปีพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระบรมสารีริกธาตุแด่เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระครูวิบูลวรญาณ เจ้าคณะอำเภอละหานทราย (ปี พ.ศ. 2556) ได้มอบพระบรมสารีริกธาตุให้แก่วัดป่าละหานทราย โดยพิจารณาเห็นงานในการก่อสร้างพระพุทธมหาเจดีย์ที่วัดป่าละหานทราย ที่กำลังดำเนินการสร้างขึ้น

จากนั้นทางวัดได้กำหนดการวางศิลาฤกษ์สร้างพระพุทธมหาเจดีย์ ได้รับความเมตตานุเคราะห์จากพระเดชพระคุณ พระพรหมสุธี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 12 เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 ณ วัดป่าละหานทราย ตำบลละหานทราย อำเภอละหานทราย วัดป่าละหานทรายได้กราบเรียนขอพระบรมสารีริกธาตุ จากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเจ้าประคุณสมเด็จประทานให้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 วัดป่าละหานทรายได้รับพระบรมสารีรริกธาตุจากประเทศต่างๆ ดังนี้ 1) พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศบังกลาเทศ โดยพระสังฆนายก สุทธานันทมหาเถโร วัดธรรมิกราชิกา 2) พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา โดยพระสังฆนายก มหินทะ วัสสตะดุเว แห่งนิกายอมรปุระ 3) พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศภูฐาน โดยสมเด็จ ซัมเต็ม ดอจี รองสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุทั้งหมดนั้นตามประวัติที่ได้รับล้วนแต่มาจากแหล่งที่เดียวกัน คือจากที่รัฐบาลอินเดียมอบให้เมื่อปี พ.ศ. 2443 นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ดร.เปเป้ ค้นพบและทางรัฐบาลอินเดียได้มอบให้แก่ประเทศต่างๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา รวมถึงประเทศไทย ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ประดิษฐานบรรจุไว้ที่เจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ วันที่ 9 มีนาคม 2559 เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้ประทานเมตตาเป็นประธานยกฉัตรทองพระพุทธมหาเจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชน มีพุทธศาสนิกชนมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

รอยพระพุทธบาทบาระแนะ (จำลอง) ขนาดเท่าองค์จริง พระพุทธบาทคู่นี้ ได้จำลองขนาดเท่าของจริงที่ตั้งอยู่ที่เขตทับซ้อน ระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา นักโบราณคดีศึกษาพบว่าเป็นรอยพุทธบาทสมัยพุทธศตวรรษที่ 17-19 การเดินทางไปนมัสการนั้นไม่สะดวก เนื่องจากอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและเป็นพื้นที่อ่อนไหวเกี่ยวกับระหว่างสองประเทศ ดังนั้นวัดป่าละหานทรายจึงได้จำลองพระพุทธบาทคู่นี้ขึ้น เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการะและภาคภูมิใจว่าดินแดนแถบนี้มีอารยธรรมพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก่อน