พนง.เก็บขยะถูกกระบะหลับในชนปางตาย เมียวอนประกันเห็นใจ ได้เงินเยียวยาวันละ 500 บาท

0 65

จากกรณีเพจ อีซ้อขยี้ข่าว โพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ว่า หนุ่มผู้เคราะห์ร้ายกำลังยืนเก็บขยะอยู่ริมถนน เกิดมีรถกระบะคันหนึ่งพุ่งเข้ามาชน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางคนขับรถกระบะยอมรับว่าตัวเองหลับใน อุบัติเหตุครั้งนี้พนักงานเก็บขยะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นตรวจพบว่ามีเลือดออกในสมอง กระดูกขาหักต้องใส่เหล็ก ทางคู่กรณีชดเชยค่าเสียหายให้ 500 บาท ที่ได้รับมาจากประกันภัย ส่วนค่าทำขวัญเป็นคำพูดของคู่กรณีที่บอกกับคนในครอบครัวว่า “ดีแค่ไหน ที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาทัน เพราะถ้าไม่หักหลบอาจมีคนต้องตายในหน้าที่” ส่วนทางต้นสังกัดช่วยได้ในเบื้องต้นเท่านั้นเรื่องราวของคนเก็บขยะกับเสาหลักที่มีลูกเล็กอีก 3 คนที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ฝากสื่อและพี่ๆ นักข่าวช่วยด้วยค่ะ จ.นนทบุรี 

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 13 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พบกับ นายสมศักดิ์ มงคลแท้ อายุ 39 ปี และ นางสาวประภัสสร มานิคำ อายุ 38 ปี ภรรยา ทั้งสองคนเป็นลูกจ้าง เก็บขยะชั่วคราว เทศบาลตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยนางสาวประภัสสรกำลังเช็ดตัวและทำความสะอาดร่างกาย ให้กับนายสมศักดิ์ ผู้เป็นสามีอยู่บนที่นอนภายในห้องเล็กๆของบ้านหลังดังกล่าว โดยนายสมศักดิ์ยังมีบาดแผลที่ขาขวา หลังจากเกิดอุบัติเหตุถูกรถปิ๊กอัพพุ่งชนขณะทำงานเก็บขยะ อยู่กับลูกเมียเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 พฤษภาคม 65 เวลา 05.30 น.ที่ผ่านมา 

นางสาวประภัสสร ผู้เป็นภรรยาเปิดเผยด้วยเสียงเศร้าสร้อยว่า วันเกิดเหตุตนพร้อมด้วยสามี และลูกชายคือนายธันวา มงคลแท้ อายุ 22 ปีกำลังช่วยกันเก็บขยะ อยู่ริมถนนบริเวณ ก่อนถึงวัดสวนแก้ว ขณะนั้นเองได้มีรถปิ๊กอัพ Isuzu สีเทา ตอนเดียว ขับโดย นายจิรภาส ไพรวงศ์ ซึ่งหลับในเสียหลัก หักหลบทำให้ด้านข้างของตัวรถฝั่งคนนั่งฟาดเข้ากับร่างของสามีจนล้มคว่ำ นอนหงายอยู่ริมถนน พวกตนช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และต้องเย็บบาดแผลที่ขา ลึกเห็นกระดูก รวมทั้งต้องรอผลเอกซเรย์ทางสมองว่ามีเลือดคั่งหรือไม่ สามีรักษาตัวอยู่จนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม จึงกลับมาพักฟื้นที่บ้าน และรอดูอาการทางสมอง   

ส่วนคนขับรถก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน เนื่องจากรถมีประกันชั้น 1 อีกทั้งยังได้แสดงน้ำใจช่วยเหลือเยียวยามาบ้างเป็นบางส่วน แม้จำนวนเงินเพียงไม่กี่พันบาท โดยคนขับบอกว่าภรรยาเขาก็ป่วยเป็นมะเร็ง ต้องหาเช้ากินค่ำ เลี้ยงครอบครัว ตนเองก็ไม่ติดใจ ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลของสามีนั้นหมดไปเป็นจำนวนเงินกว่าแสนบาทแล้ว ทางบริษัทประกันภัยรับภาระจ่ายให้ และยืนยันว่าจะชดเชยค่าเสียหายให้วันละ 500 บาท เป็นจำนวน 3 เดือนหรือ 90 วัน ซึ่งตนเองได้ขอความเห็นใจจากบริษัทประกัน เนื่องจากต้องพาสามีไปโรงพยาบาลทุกวันต้อง เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ จึงเรียกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทไป จำนวน 300,000 บาท และไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีหรือเอาเรื่อง

แต่ทางบริษัทโดยพนักงานที่ทำเรื่องบอกว่า ต้องเสนอเรื่องนี้ให้กับทางผู้ใหญ่ของบริษัทว่าจะอนุมัติให้ตามคำเรียกร้องของครอบครัวหรือไม่ ซึ่งการที่ตนเรียกเงินจำนวนดังกล่าวหากสามีต้องรักษามากกว่าเงินจำนวนนี้ ครอบครัวตนเองก็ยินดียอมรับภาระที่จะออกค่ารักษาเอง แต่การที่จะมาให้เป็นวันวันละ 500 บาท เป็นเวลา 90 วันนั้นตนมองว่าเหมือนเป็นการตีราคาชีวิตสามีตน เพียงแค่นี้เองหรือก็อยากให้บริษัทประกันภัยซึ่งเป็นบริษัทใหญ่มีชื่อเสียงเห็นใจและช่วยเหลือครอบครัวตนเองตรงจุดนี้บ้าง

ที่มา www.sanook.com