ตร.คุมหนุ่มราชบุรีทำแผนยิงมือระนาดเอก อ้างเขม่นหน้ากันยิงเพราะความเมา

0 105

ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ คุมตัวหนุ่มราชบุรีทำแผนฯ ยิงมือระนาดเอกวงวรินทร์ศิลป์ เจ็บสาหัสหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง อ้างปมเขม่นกันแล้วเมารัวยิงไปไม่รู้กี่นัด โดยดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก

กรณีนายศักรินทร์ ดินรมรัมย์ หรือต่อ อายุ 26 ปี ชาวบ้าน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ถูกชายทราบชื่อต่อมานายจีรพงศ์ รพีพรอาภา อายุ 29 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.บ้านไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงตามลำตัว 5 นัดซ้อน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณลานจอดรถของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ ต่อมา พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.(สืบสวน) ไล่ล่าคนร้ายอย่างกระชั้นชิด จนล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 7 ร่วมกับสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี จับกุมนายจีรพงศ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ที่บ้านพัก อ.เมือง จ.ราชบุรี

ตร.คุมหนุ่มราชบุรีทำแผนยิงมือระนาดเอก อ้างเขม่นหน้ากันยิงเพราะความเมา
ตร.คุมหนุ่มราชบุรีทำแผนยิงมือระนาดเอก อ้างเขม่นหน้ากันยิงเพราะความเมา

ล่าสุดวันที่ 16 พ.ย. 65 ชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้นำตัวนายจีรพงศ์ ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณลานจอดรถหน้าผับตะวันแดง ระหว่างการทำแผนผู้ต้องหามีใบหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามของนักข่าว ถึงมูลเหตุที่แท้จริง แต่ตอบคำถามกับตำรวจระหว่างการทำแผนว่า สาเหตุเพราะเขม่นกันในผับ แล้วออกมาเจอกัน จึงใช้ปืนที่อยู่ในรถยิงใส่ผู้บาดเจ็บแบบไม่ยั้ง และไม่รู้ว่ายิงไปกี่นัด เพราะเมาสุรา จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปจังหวัดราชบุรี พร้อมกับแฟนสาว ก่อนจะถูกจับกุมดังกล่าว ตำรวจใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการทำแผน ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ตร.คุมหนุ่มราชบุรีทำแผนยิงมือระนาดเอก อ้างเขม่นหน้ากันยิงเพราะความเมา
ตร.คุมหนุ่มราชบุรีทำแผนยิงมือระนาดเอก อ้างเขม่นหน้ากันยิงเพราะความเมา

พ.ต.ท.อนิรุทธิ์ ผดุงดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมือง บุรีรัมย์ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่พอใจกันระหว่างนั่งดื่มกินในผับ แต่มาเจอกันอีกที่ลานจอดรถ จึงก่อเหตุยิงใส่คู่กรณี ทั้งนี้ยังจะต้องมีการสอบสวนในเชิงลึกอีกครั้ง เบื้องต้นได้ตั้ง 4 ข้อหา พยายามฆ่า, พ.ร.บ.อาวุธปืน, พกปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะ ข้อหาอื่นจะต้องทำการสอบสวน และดูอาการของผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ส่วนอาชีพของผู้ก่อเหตุที่มาอยู่บุรีรัมย์ ยังไม่แน่ชัดว่าประกอบอาชีพอะไร.