การเดินทางมาสนามแข่งรถ

ทีมงานบุรีรัมย์กูรูได้รวบรวมข้อมูลจำเป็นสำหรับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นโดยรถไฟ รถยนต์ รถโดยสารประจำทางและโดยเครื่องบิน
บุรีรัมย์อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 410 กิโลเมตรโดยประมาณ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดบุรีรัมย์ได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ และล่าสุดสายการบิน นกแอร์

จองโรงแรมบุรีรัมย์

ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ขอแจ้งตารางบินประจำฤดหนาว ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 26 มีนาคม 2559 มี 3 เที่ยวบินทุกวัน ดังนี้

1. บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) Nokair
ทำการบินทุกวัน (Daily)
– เที่ยวบินที่ DD9602 ออกจากดอนเมือง (Donmueang) เวลา 05.55 น. ถึงบุรีรัมย์ (Buriram) เวลา 07.00 น.
– เที่ยวบินที่ DD9603 ออกจากบุรีรัมย์ (Buriram) เวลา 07.30 น. ถึงดอนเมือง (Donmueang) เวลา 08.35 น.

2. บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด Thai Air Asia
ทำการบินทุกวัน (Daily)
– เที่ยวบินที่ FD3520 ออกจากดอนเมือง (Donmueang) เวลา 12.05 น. ถึงบุรีรัมย์ (Buriram) เวลา 12.55 น.
– เที่ยวบินที่ FD3521 ออกจากบุรีรัมย์ (Buriram) เวลา 13.40 น. ถึงดอนเมือง (Donmueang) เวลา 14.35 น.

3. บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) Nokair
ทำการบินทุกวัน (Daily)
– เที่ยวบินที่ DD9608 ออกจากดอนเมือง (Donmueang) เวลา 14.35 น. ถึงบุรีรัมย์ (Buriram) เวลา 15.40 น.
– เที่ยวบินที่ DD9609 ออกจากบุรีรัมย์ (Buriram) เวลา 16.25 น. ถึงดอนเมือง (Donmueang) เวลา 17.30 น.

สามารถสำรองที่นั่งได้ที่
1. บริษัท สายการบินนแอร์ จำกัด (มหาชน) Nokair
โทร. 044-666721 หรือ 1318 / www.nokair.com

2. บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด Thai Air Asia
โทร. 044-634968 หรือ 02-5159999 / www.airasia.com

ระยะทางจากสนามบินบุรีรัมย์ ถึงจังหวัดบุรีรัมย์

ระยะทางประมาณ 33.5 กิโลเมตร ใช้เวลา 20-30 นาที

จากกรุงเทพมหานคร ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรีเลี้ยวขวาเข้า ทางหลวงหมายเลข 2 แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 224 และทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอหนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงหมายเลข 218 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 410 กิโลเมตร

การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลง กำหนดเวลาการเดินรถ
ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป 

โดยมีขบวนรถที่เปลี่ยนแปลงใหม่ดังนี้

1. ขบวนรถโดยสารธรรมดาเที่ยวล่อง ขบวนที่ 234 จากเดิมออกจากสถานีบุรีรัมย์
เวลา 06.06 นาที เปลี่ยนเป็นเวลา 06.07 นาที

2. ขบวนรถท้องถิ่นเที่ยวขึ้น ขบวนที่ 421 จากเดิมออกจากสถานีบุรีรัมย์ 
เวลา 08.36 นาที เปลี่ยนเป็นเวลา 08.10 นาที

3. ขบวนรถท้องถิ่นเที่ยวล่อง ขบวนที่ 428 จากเดิมออกจากสถานีบุรีรัมย์
เวลา 09.57 นาที เปลี่ยนเป็นเวลา 09.53 นาที

4. ขบวนรถท้องถิ่นเที่ยวขึ้น ขบวนที่ 419 จากเดิมออกจากสถานีบุรีรัมย์ 
เวลา 13.00 นาที เปลี่ยนเป็นเวลา 13.17 นาที

5. ขบวนรถท้องถิ่นเที่ยวล่อง ขบวนที่ 426 จากเดิมออกจากสถานีบุรีรัมย์
เวลา 15.56 นาที เปลี่ยนเป็นเวลา 16.15 นาที

6. ขบวนรถโดยสารธรรมดาเที่ยวล่อง ขบวนที่ 233 จากเดิมออกจากสถานีบุรีรัมย์
เวลา 19.19 นาที เปลี่ยนเป็นเวลา 19.16 นาที

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สถานีรถไฟบุรีรัมย์ 044-611202
Call center การรถไฟแห่งประเทศไทย.1690
(ข้อมูลจาก สถานีรถไฟบุรีรัมย์)

ท่านสามารถตรวจสอบเวลาเดินรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อความแน่ชัดอีกครั้งที่
http://www.railway.co.th/checktime/checktime.asp

2 days ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครนักเรียนระดับ ปวช. เข้าเป็นนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ ประจำปีการศึกษา 2561 จำนวน 210 อัตรา
**************
การรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งผลิตบุคลากรด้านปฏิบัติการเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของการขนส่งระบบราง โดยมีโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ เป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรสายวิชาชีพและเทคนิคเฉพาะทางเกี่ยวกับการขนส่งระบบราง ซึ่งมีการเรียน การสอนทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ รวมทั้งมีการฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพในสถานประกอบการของการรถไฟฯโดยตรง มีความประสงค์รับสมัครนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เข้าเป็นนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ ประจำปีการศึกษา 2561 จำนวน 3 สาขา 210 อัตรา คือ
1. สาขาวิชาเครื่องกล จำนวน 115 อัตรา
- สาขาวิชาเครื่องกล
- สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
2. สาขาวิชาช่างโยธา จำนวน 35 อัตรา
- สาขาวิชาการก่อสร้าง
3. สาขาวิชาการจัดการเดินรถ จำนวน 60 อัตรา
- สาขาวิชาพาณิชยกรรมทุกสาขาวิชา

โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1. มีความประพฤติเรียบร้อย
2. เพศชาย โสด สัญชาติไทย
3. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ และไม่เกิน 25 ปี บริบูรณ์นับถึงวันที่สมัคร
4. ส่วนสูงของร่างกายไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม (น้ำหนักต้องไม่เกินส่วนสูงลบด้วยด้วย 100 ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด วัดรอบอกเมื่อหายใจออกไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร)
5. มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50
6. สำเร็จการศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 จากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (จบ รด.ปี 3) หรือผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว และไม่มีภาระทางทหาร
7. มีร่างกายแข็งแรงและมีบุคลิกภาพไม่ขัดต่อการศึกษา ตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
8. ดวงตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่บอดสี หูไม่ตึงหรือเป็นใบ้ พูดชัดไม่ติดอ่าง น้ำเสียงชัดเจน ไม่ผิดปกติตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
9. สภาพร่างกายปกติ ไม่ทุพพลภาพ ไม่มีรอยสักหรือรอยแผลจนเป็นที่น่ารังเกียจ นิ้วไม่โก่งงอหรือด้วน ตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
10. ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่ติดสารเสพติดชนิดใดๆ ตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
11. ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย
12. มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน ตามข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุแต่งตั้งและถอดถอนผู้ปฏิบัติงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย
13. ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี เลื่อมใสต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
14. ไม่เคยถูกไล่ออกหรือให้ออกจากสถานศึกษาใดๆ ด้วยกรณีความผิดศีลธรรมหรือมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง
15. ไม่เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ผู้สนใจสมัครเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟฯ สามารถเข้าสมัครทางอินเตอร์เน็ต (Internet) ที่เว็บไซต์ www.railway.co.th/main/activity/rts/announcement_rts.html ระหว่างวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561 ถึงวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2561 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2220-4641 (ในเวลาราชการ)
... อ่านต่อซ่อนHide

การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครนักเรียนระดับ ปวช. เข้าเป็นนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ ประจำปีการศึกษา 2561 จำนวน 210 อัตรา
**************
การรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งผลิตบุคลากรด้านปฏิบัติการเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของการขนส่งระบบราง โดยมีโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ เป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรสายวิชาชีพและเทคนิคเฉพาะทางเกี่ยวกับการขนส่งระบบราง ซึ่งมีการเรียน     การสอนทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ รวมทั้งมีการฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพในสถานประกอบการของการรถไฟฯโดยตรง มีความประสงค์รับสมัครนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เข้าเป็นนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ ประจำปีการศึกษา 2561                จำนวน 3 สาขา  210 อัตรา คือ
1. สาขาวิชาเครื่องกล  จำนวน  115  อัตรา
- สาขาวิชาเครื่องกล
- สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
2. สาขาวิชาช่างโยธา  จำนวน  35  อัตรา
- สาขาวิชาการก่อสร้าง
3. สาขาวิชาการจัดการเดินรถ  จำนวน  60  อัตรา
- สาขาวิชาพาณิชยกรรมทุกสาขาวิชา

โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1. มีความประพฤติเรียบร้อย
2. เพศชาย โสด สัญชาติไทย
3. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ และไม่เกิน 25 ปี บริบูรณ์นับถึงวันที่สมัคร
4. ส่วนสูงของร่างกายไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม (น้ำหนักต้องไม่เกินส่วนสูงลบด้วยด้วย 100 ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด วัดรอบอกเมื่อหายใจออกไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร)
5. มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50
6. สำเร็จการศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 จากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (จบ รด.ปี 3) หรือผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว และไม่มีภาระทางทหาร
7. มีร่างกายแข็งแรงและมีบุคลิกภาพไม่ขัดต่อการศึกษา ตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
8. ดวงตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่บอดสี หูไม่ตึงหรือเป็นใบ้ พูดชัดไม่ติดอ่าง น้ำเสียงชัดเจน ไม่ผิดปกติตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
9. สภาพร่างกายปกติ ไม่ทุพพลภาพ ไม่มีรอยสักหรือรอยแผลจนเป็นที่น่ารังเกียจ นิ้วไม่โก่งงอหรือด้วน ตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
10. ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่ติดสารเสพติดชนิดใดๆ ตรวจและรับรองโดยแพทย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
11. ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย
12. มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน ตามข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุแต่งตั้งและถอดถอนผู้ปฏิบัติงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย
13. ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี เลื่อมใสต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
14. ไม่เคยถูกไล่ออกหรือให้ออกจากสถานศึกษาใดๆ ด้วยกรณีความผิดศีลธรรมหรือมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง
15. ไม่เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
 
ผู้สนใจสมัครเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟฯ สามารถเข้าสมัครทางอินเตอร์เน็ต (Internet) ที่เว็บไซต์ www.railway.co.th/main/activity/rts/announcement_rts.html ระหว่างวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561 ถึงวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2561 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2220-4641 (ในเวลาราชการ)

4 days ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

ในกลุ่มไลน์ เขาให้เลือกว่าใคร สวยกว่าใคร ผมคนเดียวคงจะตัดสินไม่ได้ ฝากเพื่อนพ้องน้องพี่ ช่วยกดไลค์กดแชร์ให้หน่อยครับ
ปล.ขำ ขำ ในช่วงอากาศร้อน ร้อน งานพัฒนาสถานีกำลังอยู่ในช่วงสำคัญ เครียด เครียด ขอบคุณครับ/ค่ะ สถานีรถไฟบุรีรัมย์
... อ่านต่อซ่อนHide

ในกลุ่มไลน์ เขาให้เลือกว่าใคร สวยกว่าใคร ผมคนเดียวคงจะตัดสินไม่ได้ ฝากเพื่อนพ้องน้องพี่ ช่วยกดไลค์กดแชร์ให้หน่อยครับ
ปล.ขำ ขำ ในช่วงอากาศร้อน ร้อน งานพัฒนาสถานีกำลังอยู่ในช่วงสำคัญ เครียด เครียด ขอบคุณครับ/ค่ะ สถานีรถไฟบุรีรัมย์

 

Comment on Facebook

ขอสอบถามหน่อยค่ะ รถจากสุรินทร์ไปบุรีรัมย์ ช่วงนี้มีมั๊ยค่ะ

ผมว่าต้องคนสวยหน้าคมเข้มนางหนึ่งที่อยู่ ขวามือเสื้อขาว อนงค์นี้น่าจะดีครับ

น่ารักทั้งคู่ค่ะ

พอๆกันครับ

สวยงานคู่เจ้าค่ะ👏🏻👏🏻👏🏻

ยินดีด้วย

งามคนละแบบค่ะ

ตัดสินยากครับ รักพี่เสียดายน้อง

+ View previous comments

1 week ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

วันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์
สงกรานต์ คือ ประเพณีของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนาม และมนฑลยูนานของจีน รวมถึงศรีลังกา และประเทศทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สันนิษฐานกันว่า ประเพณีสงกรานต์นั้นได้รับวัฒนธรรมมาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน โดยจะจัดให้มีขึ้นในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งก็คือเดือนมีนาคม
สงกรานต์ เป็นคำในภาษา สันสกฤต ที่หมายถึง การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายการประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตามความเชื่อของไทยและบางประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเพณีสงกรานต์นั้นมีสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นี้นั้นจะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน คือ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431 และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483
ประวัติวันสงกรานต์
เมื่อครั้งก่อน พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงให้พิธีสงกรานต์นั้นเป็นเทศกาลสงกรานต์ โดยได้ขยายออกไปสู่คมเป็นวงกว้างมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศคติ ตลอดจนความเชื่อไป แต่เดิมในพิธีสงกรานต์จะใช้ น้ำ เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของพิธี แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในวันนี้จะใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ มีการรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ต่อมาในสังคมไทยสมัยใหม่เกิดเป็นประเพณีกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับว่าวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว อีกทั้งยังมีประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ดั้งเดิม อย่าง การสรงน้ำพระที่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข
ปัจจุบันได้มีการประชาสัมพันธ์ในเชิงท่องเที่ยวว่าเป็น Water Festival หรือ เทศกาลแห่งน้ำ โดยได้ตัดข้อมูลในส่วนที่เป็นความเชื่อดั้งเดิมออกไป
ตำนานวันสงกรานต์
การกำเนิดวันสงกรานต์ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาโดยใจความจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ ว่า …
เมื่อต้นภัทรกัลป์ มีเศรษฐีคนหนึ่ง มั่งมีทรัพย์มาก แต่ไม่มีบุตร บ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุรา ซึ่งนักเลงสุรานั้นมีบุตร 2 คน ที่ผิวเนื้อดุจดั่งทอง วันหนึ่งนักเลงสุราเข้าไปในบ้านของเศรษฐีผู้นั้น แล้วด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายต่างๆ นานๆ เศรษฐีเมื่อได้ฟังแล้วจึงถามว่า
พวกเจ้ามาพูดหยาบคายดูหมิ่นเราผู้เป็นเศรษฐีเพราะเหตุใด
พวกนักเลงสุราจึงตอบว่า
ท่านมีสมบัติมากมายแต่หามีบุตรไม่ เมื่อท่านตายไป สมบัติก็จะอันตรธานไปมหด หาประโยชน์อันใดมิได้ เพราะขาดทายาทผู้ปกครอง ข้าพเจ้ามีบุตรถึง 2 คน อีกทั้งรูปร่างงดงามเสียด้วย ข้าพเจ้าจึงดีกว่าท่าน
เศรษฐีครั้นได้ฟังก็เห็นจริงด้วย จึงเกิดความละอายต่อนักเลงสุรายิ่งนัก นึกใคร่อยากได้บุตรบ้าง จากนั้นได้ทำการบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอให้มีบุตร เมื่ออยู่ถึง 3 ปี ก็มิได้มีบุตรตามที่ปราถนา
เมื่อขอบุตรจากพระอาทิตย์และพระจันทร์มิได้ตามดังที่ปราถนา อยู่มาวันหนึ่งเมื่อถึงฤดูคิมหันต์ จิตรมาส (เดือน 5) โลกสมมติว่าเป็นวันมหาสงกรานต์ คือ พระอาทิตย์ยกจากราศีมีนประเวสสู่ราศีเมษ ผู้คนทั้งหลายต่างพากันเล่นนักขัตฤกษ์อันเป็นการรื่นเริงขึ้นปีใหม่ไปทั่วทั้งชมพูทวีป ขณะนั้น เศรษฐีจึงพาข้าทาสบริวารไปยังต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำอันเป็นที่อยู่แห่งปักษีชาติทั้งหลาย เอาข้าวสารซาวน้ำ 7 ครั้งแล้วหุงบูชา รุกขพระไทร พร้อมด้วยสูปพยัญชนะอันประณีต และประโคมด้วยดุริยางค์ดนตรีต่างๆ ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรจากรุกขพระไทร รุกขพระไทรมีความกรุณา เหาะไปขอบุตรกับพระอินทร์ให้กับเศรษฐี
ต่อมา พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทวบุตรลงไปปฏิสนธิในครรภ์ บิดามารดาจึงขนานนามว่า ธรรมบาลกุมาร แล้วปลูกปราสาทขึ้นให้กุมารอยู่ใต้ต้นไทรริมสระฝั่งแม่น้ำนั้น ครั้นเมื่อกุมารเจริญขึ้นก็รู้ภาษานกและเรียนจบไตรเพทเมื่อมีอายุได้ 8 ขวบ อีกทั้งยังได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ชาวชมพูทวีปทั้งปวง ซึ่งขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหม มีกบิลพรหมองค์หนึ่งได้แสดงมงคลการแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมได้แจ้งเหตุที่ธรรมกุมารเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นที่นับถือของมนุษย์ชาวโลกทั้งหลาย จึงได้ลงมาถามปัญหาแก่ธรรมกุมาร 3 ข้อ ดังความว่า
เวลาเช้า สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหนเวลาเที่ยง สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหนเวลาเย็น สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน
และท้าวกบิลพรหมได้ให้สัญญาว่า ถ้าท่านแก้ปัญหา 3 ข้อนี้ได้ เราจะตัดศีรษะมาบูชาท่าน ถ้าท่านแก้ไม่ได้ เราจะตัดศีรษะของท่านเสีย ธรรมกุมารรับสัญญา แต่ผลัดแก้ปัญญาไป 7 ท้าวกบิลพรหมก็กลับไปยังพรหมโลก
ฝ่ายธรรมบาลกุมารพิจารณาปัญหานั้นล่วงไปได้ 6 แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นอุบายที่จะตอบปัญหาได้ จึงคิดว่าพรุ่งนี้แล้วหนอที่เราจะต้องตายด้วยอาญาของท้าวกบิลพรหม เราหาต้องการไม่ จำจะหนีไปซุกซ่อนตนเสียดีกว่า เมื่อคิดแล้วก็ลงจากปราสาท ออกเที่ยวนอนที่ต้นตาล 2 ต้นซึ่งมีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียทำรังอยู่บนต้นตาลนั้น
ขณะที่ธรรมบาลกุมารนอนอยู่ใต้ต้นตาลนั้นพลางได้ยินเสียงนางนกอินทรีถามผัวว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน นกอินทรีตัวผู้จึงตอบว่า พรุ่งนี้ครบ 7 วันที่ท้าวกบิลพรหมถามปัญหาแก่ธรรมบางกุมาร แต่หากธรรมบาลกุมารแก้ไม่ได้ ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดศีรษะเสียตามสัญญา เราทั้ง 2 จะได้กินเนื้อมนุษย์ คือ ธรรมบาลกุมารเป็นอาหาร นางนกอินทรีจึงถามว่า ท่านรู้ปัญหาหรือ ผู้ผัวตอบว่ารู้ แล้วก็เล่าให้นางนกอินทรีฟังตั้งแต่ต้นจนปลายว่า
เวลาเช้า ราศีอยู่ที่ หน้า คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้าเวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่ อก คนทั้งหลายจึงเอาน้ำและแป้งกระแจะจันทร์ลูกไล้ที่อกเวลาเย็น ราศีอยู่ที่ เท้า คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า
ธรรมบาลกุมารที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินการสนทนาของทั้งสองก็จำได้ จึงมีความโสมนัส ปีติ ยินดีเป็นอันมาก จึงเดินทางกลับมาที่ปราสาทของตน ครั้นถึงวาระเป็นคำรบ 7 วันตามสัญญา ท้าวกบิลพรหมก็ลงมาถามปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่นัดหมายกันไว้ ธรรมบาลกุมารก็วิสัชนาแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่ได้ฟังมาจากนกอินทรีนั้น ท้าวกบิลพรหมยอมรับว่าถูกต้อง และยอมแพ้แก่ธรรมบาล จำต้องตัดศีรษะของตันบูชาตามที่สัญญาไว้ แต่ก่อนที่จะตัดศีรษะ ได้เรียกธิดาทั้ง 7 อันเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์ คือ
นางทุพระเวที
นางรากษเทวี
นางโคราคเทวี
นางกิริณีเทวี
นางมณฑาเทวี
นางกิมิทาเทวี
นางมโหธรเทวี
อันโลกสมมติว่าเป็นองค์มหาสงกรานต์กับทั้งเทพบรรษัทมาพร้อมกัน จึงได้บอกเรื่องราวให้ทราบและตรัสว่า พระเศียรของเรานี้ ถ้าตั้งไว้บนแผ่นดินก็จะเกิดไฟไหม้ไปทั่วโลกธาตุ ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศฝนก็จะแล้ง เจ้าทั้ง 7 จงเอาพานมารองรับเศียรของบิดาไว้เถิด ครั้นแล้วท้าวกบิลพรหมก็ตัดพระเศียรแค่พระศอส่งให้นางทุงษะเทวีธิดาองค์ใหญ่ในขณะนั้น โลกธาตุก็เกิดโกลาหลอลเวงยิ่งนัก
เมื่อนางทุงษะมหาสงกรานต์นำพานมารองรับพระเศียรของท้าวกบิลพรหม แล้วให้เทพบรรษัทแห่ประทักษิณเวียนรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที จากนั้นจึงเชิญเข้าประดิษฐานไว้ในมณฑป ณ ถ้ำคันธุลี เขาไกรลาศ กระทำการบูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ ต่อมาพระวิษณุกรรมเทพบุตรได้เนรมิตโลงแก้ว อันประกอบไปด้วยแก้ว 7 ประการ แล้วให้เทพยดาทั้งหลายนำมาซึ่งเถาฉมุนาตลงล้างน้ำในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทั่วทุกๆ พระองค์ ครั้นได้วาระครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่าปีหนึ่งเป็นวันสงกรานต์ เทพธิดาทั้ง 7 ก็ทรงเทพพาหนะต่างๆ ผลัดเปลี่ยนเวียนมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ พร้อมด้วยเทพบรรษแสนโกฏิประทักษิณเวียบรอบเขาพระสุเมรุราชบรรษัทเป็นเวลา 60 นาที แล้วจึงนำกลับไปประดิษฐานไว้ตามเดิม ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีนางสงกรานต์แต่ละนางมาทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์
กิจกรรมวันสงกรานต์
การทำบุญตักบาตร นับว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเอง อีกทั้งยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลนั้นให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญในลักษณะนี้มักจะมีการเตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาทำบุญก็จะนำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุที่ศาลาวัดโดยจัดเป็นที่รวมสำหรับการทำบุญ ในวันเดียวกันนี้หลังจากที่ได้ทำบุญเสร็จเรียบร้อย ก็จะมีการก่อเจดีย์ทรายอันเป็นประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์อีกด้วย
การรดน้ำ นับได้ว่าเป็นการอวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกัน น้ำที่นำมาใช้รดหัวในการนี้มักเป็นน้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา
การสรงน้ำพระ เป็นการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด ซึ่งในบางที่ก็จะมีการจัดให้สรงน้ำพระสงฆ์เพิ่มเติมด้วย
การบังสุกุลอัฐิ สำหรับเถ้ากระดูกของญาติผู้ใหญ่ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว มักทำที่เก็บเป็นลักษณะของเจดีย์ จากนั้นจะนิมนต์พระไปบังสุกุล
การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการที่เราไปอวยพรผู้ใหญ่ใที่ห้ความเคารพนับถือ อย่าง ครูบาอาจารย์ มักจะนั่งลงกับที่ จากนั้นผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำธรรมดารดลงไปที่มือ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะให้ศีลให้พรผู้ที่ไปรด หากเป็นพระก็อาจนำเอาผ้าสบงไปถวายเพื่อให้ผลัดเปลี่ยนด้วย แต่หากเป็นฆราวาสก็จะหาผ้าถุง หรือผ้าขาวม้าไปให้เปลี่ยน มีความหมายกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในวันปีใหม่ไทย
การดำหัว มีจุดประสงค์คล้ายกับการรดน้ำของทางภาคกลาง ส่วนใหญ่จะพบเห็นการดำหัวได้ทางภาคเหนือ การดำหัวทำเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสว่า ไม่ว่าเป็น พระ ผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกิน หรือเป็นการขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่ใช้ในการดำหัวหลักๆ ประกอบด้วย อาภรณ์ มะพร้าว กล้วย ส้มป่อย เทียน และดอกไม้
การปล่อยนกปล่อยปลา ถือว่าการล้างบาปที่เราได้ทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดี มีแต่ความสุข ความสบายในวันขึ้นปีใหม่
การขนททรายเข้าวัด ในทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาคให้พบแต่ความสุข ความเจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด แต่ก็มีบางพื้นที่มีความเชื่อว่า การนำทรายที่ติดเท้าออกจากวัดเป็นบาป จึงต้องขนทรายเข้าวัดเพื่อไม่ให้เกิดบาป

ข้อมูลเพิ่มเติม Wikipedia.org
... อ่านต่อซ่อนHide

วันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์
สงกรานต์ คือ ประเพณีของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนาม และมนฑลยูนานของจีน รวมถึงศรีลังกา และประเทศทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สันนิษฐานกันว่า ประเพณีสงกรานต์นั้นได้รับวัฒนธรรมมาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน โดยจะจัดให้มีขึ้นในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งก็คือเดือนมีนาคม
สงกรานต์ เป็นคำในภาษา สันสกฤต ที่หมายถึง การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายการประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตามความเชื่อของไทยและบางประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเพณีสงกรานต์นั้นมีสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นี้นั้นจะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน คือ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431 และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483
ประวัติวันสงกรานต์
เมื่อครั้งก่อน พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงให้พิธีสงกรานต์นั้นเป็นเทศกาลสงกรานต์ โดยได้ขยายออกไปสู่คมเป็นวงกว้างมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศคติ ตลอดจนความเชื่อไป แต่เดิมในพิธีสงกรานต์จะใช้ น้ำ เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของพิธี แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในวันนี้จะใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ มีการรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ต่อมาในสังคมไทยสมัยใหม่เกิดเป็นประเพณีกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับว่าวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว อีกทั้งยังมีประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ดั้งเดิม อย่าง การสรงน้ำพระที่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข
ปัจจุบันได้มีการประชาสัมพันธ์ในเชิงท่องเที่ยวว่าเป็น Water Festival หรือ เทศกาลแห่งน้ำ โดยได้ตัดข้อมูลในส่วนที่เป็นความเชื่อดั้งเดิมออกไป
ตำนานวันสงกรานต์
การกำเนิดวันสงกรานต์ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาโดยใจความจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ ว่า …
เมื่อต้นภัทรกัลป์ มีเศรษฐีคนหนึ่ง มั่งมีทรัพย์มาก แต่ไม่มีบุตร บ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุรา ซึ่งนักเลงสุรานั้นมีบุตร 2 คน ที่ผิวเนื้อดุจดั่งทอง วันหนึ่งนักเลงสุราเข้าไปในบ้านของเศรษฐีผู้นั้น แล้วด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายต่างๆ นานๆ เศรษฐีเมื่อได้ฟังแล้วจึงถามว่า
พวกเจ้ามาพูดหยาบคายดูหมิ่นเราผู้เป็นเศรษฐีเพราะเหตุใด
พวกนักเลงสุราจึงตอบว่า
ท่านมีสมบัติมากมายแต่หามีบุตรไม่ เมื่อท่านตายไป สมบัติก็จะอันตรธานไปมหด หาประโยชน์อันใดมิได้ เพราะขาดทายาทผู้ปกครอง ข้าพเจ้ามีบุตรถึง 2 คน อีกทั้งรูปร่างงดงามเสียด้วย ข้าพเจ้าจึงดีกว่าท่าน 
เศรษฐีครั้นได้ฟังก็เห็นจริงด้วย จึงเกิดความละอายต่อนักเลงสุรายิ่งนัก นึกใคร่อยากได้บุตรบ้าง จากนั้นได้ทำการบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอให้มีบุตร เมื่ออยู่ถึง 3 ปี ก็มิได้มีบุตรตามที่ปราถนา 
เมื่อขอบุตรจากพระอาทิตย์และพระจันทร์มิได้ตามดังที่ปราถนา อยู่มาวันหนึ่งเมื่อถึงฤดูคิมหันต์ จิตรมาส (เดือน 5) โลกสมมติว่าเป็นวันมหาสงกรานต์ คือ พระอาทิตย์ยกจากราศีมีนประเวสสู่ราศีเมษ ผู้คนทั้งหลายต่างพากันเล่นนักขัตฤกษ์อันเป็นการรื่นเริงขึ้นปีใหม่ไปทั่วทั้งชมพูทวีป ขณะนั้น เศรษฐีจึงพาข้าทาสบริวารไปยังต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำอันเป็นที่อยู่แห่งปักษีชาติทั้งหลาย เอาข้าวสารซาวน้ำ 7 ครั้งแล้วหุงบูชา รุกขพระไทร พร้อมด้วยสูปพยัญชนะอันประณีต และประโคมด้วยดุริยางค์ดนตรีต่างๆ ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรจากรุกขพระไทร รุกขพระไทรมีความกรุณา เหาะไปขอบุตรกับพระอินทร์ให้กับเศรษฐี
ต่อมา พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทวบุตรลงไปปฏิสนธิในครรภ์ บิดามารดาจึงขนานนามว่า ธรรมบาลกุมาร แล้วปลูกปราสาทขึ้นให้กุมารอยู่ใต้ต้นไทรริมสระฝั่งแม่น้ำนั้น ครั้นเมื่อกุมารเจริญขึ้นก็รู้ภาษานกและเรียนจบไตรเพทเมื่อมีอายุได้ 8 ขวบ อีกทั้งยังได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ชาวชมพูทวีปทั้งปวง ซึ่งขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหม มีกบิลพรหมองค์หนึ่งได้แสดงมงคลการแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมได้แจ้งเหตุที่ธรรมกุมารเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นที่นับถือของมนุษย์ชาวโลกทั้งหลาย จึงได้ลงมาถามปัญหาแก่ธรรมกุมาร 3 ข้อ ดังความว่า 
เวลาเช้า สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหนเวลาเที่ยง สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหนเวลาเย็น สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน
และท้าวกบิลพรหมได้ให้สัญญาว่า ถ้าท่านแก้ปัญหา 3 ข้อนี้ได้ เราจะตัดศีรษะมาบูชาท่าน ถ้าท่านแก้ไม่ได้ เราจะตัดศีรษะของท่านเสีย ธรรมกุมารรับสัญญา แต่ผลัดแก้ปัญญาไป 7 ท้าวกบิลพรหมก็กลับไปยังพรหมโลก
ฝ่ายธรรมบาลกุมารพิจารณาปัญหานั้นล่วงไปได้ 6 แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นอุบายที่จะตอบปัญหาได้ จึงคิดว่าพรุ่งนี้แล้วหนอที่เราจะต้องตายด้วยอาญาของท้าวกบิลพรหม เราหาต้องการไม่ จำจะหนีไปซุกซ่อนตนเสียดีกว่า เมื่อคิดแล้วก็ลงจากปราสาท ออกเที่ยวนอนที่ต้นตาล 2 ต้นซึ่งมีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียทำรังอยู่บนต้นตาลนั้น
ขณะที่ธรรมบาลกุมารนอนอยู่ใต้ต้นตาลนั้นพลางได้ยินเสียงนางนกอินทรีถามผัวว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน นกอินทรีตัวผู้จึงตอบว่า พรุ่งนี้ครบ 7 วันที่ท้าวกบิลพรหมถามปัญหาแก่ธรรมบางกุมาร แต่หากธรรมบาลกุมารแก้ไม่ได้ ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดศีรษะเสียตามสัญญา เราทั้ง 2 จะได้กินเนื้อมนุษย์ คือ ธรรมบาลกุมารเป็นอาหาร นางนกอินทรีจึงถามว่า ท่านรู้ปัญหาหรือ ผู้ผัวตอบว่ารู้ แล้วก็เล่าให้นางนกอินทรีฟังตั้งแต่ต้นจนปลายว่า
เวลาเช้า ราศีอยู่ที่ หน้า คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้าเวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่ อก คนทั้งหลายจึงเอาน้ำและแป้งกระแจะจันทร์ลูกไล้ที่อกเวลาเย็น ราศีอยู่ที่ เท้า คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า
ธรรมบาลกุมารที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินการสนทนาของทั้งสองก็จำได้ จึงมีความโสมนัส ปีติ ยินดีเป็นอันมาก จึงเดินทางกลับมาที่ปราสาทของตน ครั้นถึงวาระเป็นคำรบ 7 วันตามสัญญา ท้าวกบิลพรหมก็ลงมาถามปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่นัดหมายกันไว้ ธรรมบาลกุมารก็วิสัชนาแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่ได้ฟังมาจากนกอินทรีนั้น ท้าวกบิลพรหมยอมรับว่าถูกต้อง และยอมแพ้แก่ธรรมบาล จำต้องตัดศีรษะของตันบูชาตามที่สัญญาไว้ แต่ก่อนที่จะตัดศีรษะ ได้เรียกธิดาทั้ง 7 อันเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์ คือ
นางทุพระเวที
นางรากษเทวี
นางโคราคเทวี
นางกิริณีเทวี
นางมณฑาเทวี
นางกิมิทาเทวี
นางมโหธรเทวี
อันโลกสมมติว่าเป็นองค์มหาสงกรานต์กับทั้งเทพบรรษัทมาพร้อมกัน จึงได้บอกเรื่องราวให้ทราบและตรัสว่า พระเศียรของเรานี้ ถ้าตั้งไว้บนแผ่นดินก็จะเกิดไฟไหม้ไปทั่วโลกธาตุ ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศฝนก็จะแล้ง เจ้าทั้ง 7 จงเอาพานมารองรับเศียรของบิดาไว้เถิด ครั้นแล้วท้าวกบิลพรหมก็ตัดพระเศียรแค่พระศอส่งให้นางทุงษะเทวีธิดาองค์ใหญ่ในขณะนั้น โลกธาตุก็เกิดโกลาหลอลเวงยิ่งนัก
เมื่อนางทุงษะมหาสงกรานต์นำพานมารองรับพระเศียรของท้าวกบิลพรหม แล้วให้เทพบรรษัทแห่ประทักษิณเวียนรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที จากนั้นจึงเชิญเข้าประดิษฐานไว้ในมณฑป ณ ถ้ำคันธุลี เขาไกรลาศ กระทำการบูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ ต่อมาพระวิษณุกรรมเทพบุตรได้เนรมิตโลงแก้ว อันประกอบไปด้วยแก้ว 7 ประการ แล้วให้เทพยดาทั้งหลายนำมาซึ่งเถาฉมุนาตลงล้างน้ำในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทั่วทุกๆ พระองค์ ครั้นได้วาระครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่าปีหนึ่งเป็นวันสงกรานต์ เทพธิดาทั้ง 7 ก็ทรงเทพพาหนะต่างๆ ผลัดเปลี่ยนเวียนมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ พร้อมด้วยเทพบรรษแสนโกฏิประทักษิณเวียบรอบเขาพระสุเมรุราชบรรษัทเป็นเวลา 60 นาที แล้วจึงนำกลับไปประดิษฐานไว้ตามเดิม ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีนางสงกรานต์แต่ละนางมาทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์
กิจกรรมวันสงกรานต์
การทำบุญตักบาตร นับว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเอง อีกทั้งยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลนั้นให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญในลักษณะนี้มักจะมีการเตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาทำบุญก็จะนำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุที่ศาลาวัดโดยจัดเป็นที่รวมสำหรับการทำบุญ ในวันเดียวกันนี้หลังจากที่ได้ทำบุญเสร็จเรียบร้อย ก็จะมีการก่อเจดีย์ทรายอันเป็นประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์อีกด้วย
การรดน้ำ นับได้ว่าเป็นการอวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกัน น้ำที่นำมาใช้รดหัวในการนี้มักเป็นน้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา
การสรงน้ำพระ เป็นการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด ซึ่งในบางที่ก็จะมีการจัดให้สรงน้ำพระสงฆ์เพิ่มเติมด้วย
การบังสุกุลอัฐิ สำหรับเถ้ากระดูกของญาติผู้ใหญ่ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว มักทำที่เก็บเป็นลักษณะของเจดีย์ จากนั้นจะนิมนต์พระไปบังสุกุล
การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการที่เราไปอวยพรผู้ใหญ่ใที่ห้ความเคารพนับถือ อย่าง ครูบาอาจารย์ มักจะนั่งลงกับที่ จากนั้นผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำธรรมดารดลงไปที่มือ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะให้ศีลให้พรผู้ที่ไปรด หากเป็นพระก็อาจนำเอาผ้าสบงไปถวายเพื่อให้ผลัดเปลี่ยนด้วย แต่หากเป็นฆราวาสก็จะหาผ้าถุง หรือผ้าขาวม้าไปให้เปลี่ยน มีความหมายกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในวันปีใหม่ไทย
การดำหัว มีจุดประสงค์คล้ายกับการรดน้ำของทางภาคกลาง ส่วนใหญ่จะพบเห็นการดำหัวได้ทางภาคเหนือ การดำหัวทำเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสว่า ไม่ว่าเป็น พระ ผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกิน หรือเป็นการขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่ใช้ในการดำหัวหลักๆ ประกอบด้วย อาภรณ์ มะพร้าว กล้วย ส้มป่อย เทียน และดอกไม้
การปล่อยนกปล่อยปลา ถือว่าการล้างบาปที่เราได้ทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดี มีแต่ความสุข ความสบายในวันขึ้นปีใหม่
การขนททรายเข้าวัด ในทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาคให้พบแต่ความสุข ความเจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด แต่ก็มีบางพื้นที่มีความเชื่อว่า การนำทรายที่ติดเท้าออกจากวัดเป็นบาป จึงต้องขนทรายเข้าวัดเพื่อไม่ให้เกิดบาป

ข้อมูลเพิ่มเติม Wikipedia.orgImage attachment

 

Comment on Facebook

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ค่ะ(อ่านจนจบค่ะ) 😊💕

รถไฟรอบ17.00น เต็มยังครับ

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

#สวัสดีปีใหม่ไทยครับ
สถานีรถไฟบุรีรัมย์ จัดสถานที่พร้อมนำพระพุทธรูป"พระนวราชรถบพิตร" ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ท่านผู้โดยสารได้สรงน้ำ เนื่องในวันสงกรานต์ ปี ๒๕๖๑ ณ บริเวณห้องโถงผู้โดยสาร
... อ่านต่อซ่อนHide

 

Comment on Facebook

สาธุๆๆค่ะ

🙏🙏🙏💕

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้(10 เม.ย. 61) เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ชุดใหม่ ตามที่ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ได้พิจารณาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 10/2560 และให้แก้ไขคำสั่งเดิม โดยกำหนดให้แต่งตั้งคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ชุดใหม่ขึ้นมา ประกอบด้วย 9 ราย ได้แก่ นายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานกรรมการ นายกวิน ทังสุพานิช เป็นกรรมการ นาวาอากาศเอก ธนากร พีระพันธ์ุ เป็นกรรมการ นายพัชร อนันตศิลป์ เป็นกรรมการ นางสาวเพ็ญจันทร์ จริเกษม เป็นกรรมการ นายวรวุฒิ มาลา เป็นกรรมการ นายสุพจน์ เหล่าสุอาภา เป็นกรรมการ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ เป็นกรรมการ และ นายอารีศักดิ์ เสถียรภาพอยุทธ์ เป็นกรรมการ รวมทั้งให้คณะกรรมการชุดนี้พิจารณาคัดเลือกบุคคลขึ้นทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ... อ่านต่อซ่อนHide

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้(10 เม.ย. 61) เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ชุดใหม่ ตามที่ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ได้พิจารณาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 10/2560 และให้แก้ไขคำสั่งเดิม โดยกำหนดให้แต่งตั้งคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ชุดใหม่ขึ้นมา ประกอบด้วย 9 ราย ได้แก่ นายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานกรรมการ นายกวิน ทังสุพานิช เป็นกรรมการ นาวาอากาศเอก ธนากร พีระพันธ์ุ เป็นกรรมการ นายพัชร อนันตศิลป์ เป็นกรรมการ นางสาวเพ็ญจันทร์ จริเกษม เป็นกรรมการ นายวรวุฒิ มาลา เป็นกรรมการ นายสุพจน์ เหล่าสุอาภา เป็นกรรมการ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ เป็นกรรมการ และ นายอารีศักดิ์ เสถียรภาพอยุทธ์ เป็นกรรมการ รวมทั้งให้คณะกรรมการชุดนี้พิจารณาคัดเลือกบุคคลขึ้นทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

สถานีรถไฟบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ ๑๑ เม.ย.๖๑ เวลา ๑๗.๓๐ น. นายสวัสดิ์ ปานน้อย สดช.อน.นายบรรจง จันทร นสน.รย.ประชุมพนักงานและผู้ปฎิบัติงานสถานีบุรีรัมย์ทุกคน เตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ ห้องรับรอง V I P สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ... อ่านต่อซ่อนHide

 

Comment on Facebook

ขอให้ จนท ทุกท่านมีความสุขนะครับ

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

นั่งรถไฟปลอดภัยครับyoutube.com ... อ่านต่อซ่อนHide

Video image

 

Comment on Facebook

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

เดินทางโดยรถไฟปฏิบัติกันตามนี้นะครับสงกรานต์นี้นั่งรถไฟอย่างไรให้ปลอดภัยนะ ออเจ้า ... อ่านต่อซ่อนHide

Video image

 

Comment on Facebook

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเทศกาลสงกรานต์ เน้นความปลอดภัย รณรงค์ร่วมลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัด
ด้วยความปรารถนาดีจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์
... อ่านต่อซ่อนHide

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

วันนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานการประชุมร่วมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน MotoGP 2018 กับผู้แทนหน่วยงานการรถไฟฯ และหัวหน้าส่วนราชการ ณ ห้องรับรอง วี ไอ พี ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ และนั่งรถยนต์รางจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ไปยังจุดจอดรถเขากระโดง (สนามช้างอารีน่า) เพื่อสำรวจเส้นทางและพินิจพื้นที่จัดทำชานชาลารองรับประชาชนที่เดินทางมาชมงานโดยทางรถไฟ ... อ่านต่อซ่อนHide

 

Comment on Facebook

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์

นั่งรถยนต์รางจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เข้าไปในทางแยกเขากระโดง

ท่านผู้ว่าฯ พร้อมคณะเดินทางตรวจเส้นทางเขากระโดง โดยรถยนต์ราง

👍👍👍 💕

+ View previous comments

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

วันนี้สถานีรถไฟบุรีรัมย์จัดกิจกรรม "ล้างส้วมพร้อมกัน...รับวันสงกรานต์" เพื่อต้อนรับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ... อ่านต่อซ่อนHide

 

Comment on Facebook

ไปใช้บริการมาละ..ะอาดมากๆสถานีนี้😁

👍👍👍 👏👏👏 💕

สุดยอดค่ะ

ดีคะ

+ View previous comments

2 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

ขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๖๑ ในระหว่างวันที่ ๑๑-๑๗ เมษายน ๒๕๖๑ ... อ่านต่อซ่อนHide

3 weeks ago

สถานีรถไฟบุรีรัมย์

วันจักรี หมายถึง วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เสด็จดำรงอาณาจักรสยามเป็นวันแรก
กิจกรรมในวันจักรี
เนื่องในวันจักรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปเป็นประธานในพิธีทางศาสนา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลให้กับบูรพมหากษัตริย์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และทรงสักการะพระบรมรูป สมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ ณ ปราสาทพระเทพบิดร
ต่อจากนั้นก็ทรงเสด็จไปวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสรณ์ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ที่สะพานพระพุทธยอดฟ้า ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ นิสิตนักศึกษา หน่วยงาน ของรัฐบาล และเอกชน และประชาชนจากทุกสาขาอาชีพต่างพร้อมใจกัน เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และบำเพ็ญกุศลให้กับพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอุทิศพระองค์ เพื่อความสงบสุขของอาณาประชาราษฎรของพระองค์อย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลวันจักรี จาก www.bu.ac.th/th/visitor/thailand/festival/jakree/index.html
... อ่านต่อซ่อนHide

วันจักรี หมายถึง วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เสด็จดำรงอาณาจักรสยามเป็นวันแรก
กิจกรรมในวันจักรี
        เนื่องในวันจักรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปเป็นประธานในพิธีทางศาสนา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลให้กับบูรพมหากษัตริย์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และทรงสักการะพระบรมรูป สมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ ณ ปราสาทพระเทพบิดร
         ต่อจากนั้นก็ทรงเสด็จไปวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสรณ์ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ที่สะพานพระพุทธยอดฟ้า ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ นิสิตนักศึกษา หน่วยงาน ของรัฐบาล และเอกชน และประชาชนจากทุกสาขาอาชีพต่างพร้อมใจกัน เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และบำเพ็ญกุศลให้กับพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอุทิศพระองค์ เพื่อความสงบสุขของอาณาประชาราษฎรของพระองค์อย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลวันจักรี จาก http://www.bu.ac.th/th/visitor/thailand/festival/jakree/index.htmlImage attachment

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางจากกรุงเทพ เพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลที่สนามฟุตบอลไอโมบายสเตเดี้ยม หรือสนามแข่งรถบุรีรัมย์ วันนี้เปิดให้บริการแล้วสำหรับจุดบริการขนส่งของ บริษัท ขนส่ง จำกัด ณ สนามฟุตบอลไอโมบายสเตเดี้ยม จุดจอดให้บริการตั้งอยู่ในพื้นที่สนามฟุตบอลไอโมบายสเตเดี้ยม พร้อมกันนี้ยังอยู่ติดกับสนามแข่งรถ Chang international circuit พรั่งพร้อมด้วยความสะดวก สบาย เต็มอิ่มกับศูนย์อาหารครบวงจร รถวิ่งออกทุกวันจากจุดจอดที่สนามไอโมบายสเตเดี้ยม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 044-615081

เวลารถออกที่ บ.ข.ส ใหม่ (บุรีรัมย์)

รถออกช่วงเช้า รถออกช่วงบ่าย-ค่ำ
07.10 น. ป.2
08.00 น ปอ.1
09.00 น. ป2.
10.00 น ปอ.1
11.00 น ป.2
12.30 น. ป.2
15.30 น. ป.2
17.50 น. ปอ.1
19.30 น. ป.2
20.30 น ปอ.1
21.30 น. ป.2
22.00น ปอ.1

 

สถานีขนส่งหมอชิต 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ ออกให้บริการทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง
สอบถามรายละเอียด
บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490
www.transport.co.th

บริษัทกิจการราชสีมา โทร. 0 2271 2390
บริษัท ขนส่ง จำกัด บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์
www.thaiticketmajor.com
นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.thairoute.com

4 days ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ขอเชิญชวน ร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวยที่ค้างชำระผ่านทางอินเตอร์เน็ต (www.tabienrod.com) หมวดอักษร กต จำนวน 45 หมายเลข โดยเปิดระบบวันที่ 11-30 พฤษภาคม 2561
รายได้จากการประมูลทั้งหมดนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ผู้สนใจร่วมประมูลสามารถติดต่อสอบถามหรือลงเทียนได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ในวันและเวลาราชการ หมายเลขโทรศัพท์ 044-613413 คะ
... อ่านต่อซ่อนHide

5 days ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ มอบหมายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561 ดังนี้
1.ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาจำนวน 3 แห่ง ตรวจเข้มความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ ตาม Checklist ณ สถานีขนส่งทั้ง 3 แห่ง
2.จุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ(Checkpoint) ทล.24 อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
3.ออกตรวจจับความเร็วบนทางหลวงหมายเลข 24 ช่วง กม.111-112 ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
4.ตรวจสอบข้อมูลการใช้ความเร็วจากระบบ GPS และแจ้งผู้ประกอบการเพื่อแจ้ง พขร. ให้ลดความเร็วลง และแจ้งชุดปฏิบัติงาน ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร
... อ่านต่อซ่อนHide

1 week ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

การจรจรขาเข้าในวันที่ 16 เมษายน ณ เวลา 10.07 น. รถสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างต่อเนื่อง ... อ่านต่อซ่อนHide

2 weeks ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

วันนี้ (12 เม.ย. 61) เวลา 18.00 น.

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ (Rest Area) / จุดบริการร่วมกระทรวงคมนาคม (One Transport) ณ บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 หน้าโรงเรียนนางรองพิทยาคม จ.บุรีรัมย์ ในการตรวจเช็คความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถตาม Check List เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังได้แจกน้ำดื่มพร้อมทั้งพูดคุยพนักงานขับรถที่ผ่านจุดตรวจนี้ด้วย

ในการนี้ นายสุเทพ นิติวัฒนานนท์ ขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ และนายสุทิน กลมอ่อน ขนส่งจังหวัดสุรินทร์ พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ ทหาร ตำรวจ แขวงทางหลวงและแขวงทางหลวงชนบท ได้ให้ข้อมูลการปฏิบัติงานของจุดตรวจ Rest Area / One Transport พร้อมทั้งรับนโยบายเพื่อนำไปถ่ายทอดสู่การปฏิบัติในเชิงพื้นที่ต่อไป
... อ่านต่อซ่อนHide

การจราจร ขาเข้านางรอง ณ เวลา 12.14 น. ครับ ... อ่านต่อซ่อนHide

2 weeks ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

วันนี้(11 เม.ย.2561) เวลา10.00น.นายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดศูนย์ปฎิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์จังหวัดบุรีรัมย์ พ.ศ.2561 เพื่อตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก และรถส่วนบุคคล ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ แขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท ตำรวจภูธร สำนักงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 ณ บริเวณหน้าสำนักงานบังคับคดีนางรอง ทางหลวงหมายเลข24 กม.120 อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ... อ่านต่อซ่อนHide

อัพเดทวันหยุดราชการสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

เดือนเมษายน 2560
วันที่ 12-16 วันหยุดสงกรานต์ และวันหยุดชดเชย

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้
สอบถามเพิ่มเติม สายด่วน 1584

=====

DLT eForm iFound แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้การเตรียมเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ล่วงหน้า เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น DLT eForm iFound โดยตรงจาก
Play Store : goo.gl/tjzQtb
App Store : goo.gl/UQKDAa
... อ่านต่อซ่อนHide

อัพเดทวันหยุดราชการสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

เดือนเมษายน 2560
วันที่ 12-16 วันหยุดสงกรานต์ และวันหยุดชดเชย

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้
สอบถามเพิ่มเติม สายด่วน 1584

=====

DLT eForm iFound แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้การเตรียมเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ล่วงหน้า เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น DLT eForm iFound โดยตรงจาก 
Play Store : https://goo.gl/tjzQtb 
App Store : https://goo.gl/UQKDAa

2 weeks ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

วันนี้(10เม.ย.2561)เวลา 15.00 น. สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมตรวจวัดแอลกอฮอล์และตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ โดยมี พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ปกครองจังหวัดบุรีรัมย์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และทหารจากมณฑลทหารบก ที่ 26 ร่วมบูรณาการเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชน ที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ... อ่านต่อซ่อนHide

2 weeks ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2561 สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดประชุมผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ TAXI OK ภาคสมัครใจเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถแท็กซี่ สร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ และเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงบริการรถแท็กซี่ โดยการเรียกรถแท็กซี่ผ่าน Application “DLT TAXI OK” เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิเสธรับผู้โดยสาร ความไม่ปลอดภัยของผู้โดยสาร รวมทั้งเพื่อเป็นการรองรับการจัดแข่งขัน MOTO GP การเป็นเจ้าภาพกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35 และกิจกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 35 ราย ... อ่านต่อซ่อนHide

2 weeks ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 5 เม.ย.2561 สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดประชุมผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซักซ้อมการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ GPS ทั้งผู้ประกอบการ และพนักงานขับรถ ระบบแจ้งเตือนการกระทำความผิดแก่ผู้ประกอบการขนส่งแบบอัตโนมัติ มาตรการความปลอดภัยรถสองชั้น การตรวจสอบความพร้อมของตัวรถ (Checklist) ก่อนการนำรถออกไปใช้งาน เยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS การแนะนำรถมินิบัสเพื่อยกระดับการให้บริการโดยผู้จัดการบริษัท โตโยต้านางรอง ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด รวมทั้งเพื่อเป็นการรองรับการจัดแข่งขัน MOTO GP การเป็นเจ้าภาพกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35 และกิจกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 42 ราย ... อ่านต่อซ่อนHide

3 weeks ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและวัตถุอันตราย ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2561 เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรตามมาตรการอำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชน ภายใต้แนวคิด “Safe Drive Save Lives ปลอดภัยทุกชีวิต ขับรถเป็นมิตรผู้ร่วมทาง”
กรณีพบเห็นรถบรรทุกขนส่งสินค้าหรือรถโดยสารสาธารณะขับขี่อันตราย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุการณ์หรือร้องเรียนได้ผ่านแอพพลิเคชั่น DLT GPS หรือ โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
... อ่านต่อซ่อนHide

 

Comment on Facebook

ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ไหมครับ

3 weeks ago

สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 31 มีนาคม - 1 เมษายน 2561
สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ออกประชาสัมพันธ์การประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร กท "การงานทวีผล การเงินทวีคูณ" ณ อำเภอประโคนชัย และอำเภอโนนดินแดง เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมประมูลในวันที่ 14-15ก.ค.2561 ณ โรงแรมเทพนคร จ.บุรีรัมย์
... อ่านต่อซ่อนHide

กรมการขนส่งทางบก แนะ!!! เช่าเหมารถโดยสารทุกครั้ง เลือกใช้รถโดยสารที่มีมาตรฐาน ติดตั้งระบบ GPS Tracking ผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ บริหารงานอย่างอย่างมืออาชีพ ย้ำ!!! วางแผนการเดินทางอย่างเหมาะสม เลือกเส้นทางที่ปลอดภัย ตรวจสอบข้อมูลประวัติก่อนว่าจ้าง ร่วม !!! ติดตามรถโดยสารสาธารณะผ่าน Application “DLT GPS” หรือ พบรถโดยสารไม่ปลอดภัย ประมาทหวาดเสียว แจ้งสายด่วน โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
.
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สร้างมั่นใจในบริการรถโดยสารไม่ประจำทาง ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงเทศกาลที่ประชาชนนิยมใช้บริการเช่าเหมารถตู้โดยสารและรถบัสโดยสารขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก ก่อนการเลือกใช้บริการรถเช่าเหมา ควรวางแผนการเดินทางอย่างเหมาะสม เลือกเส้นทางที่ปลอดภัย ประชาชน ควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของผู้รับจ้างทั้งข้อมูลคนขับและสภาพรถ เลือกขนาดรถให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร ควรได้เห็นตัวรถก่อนการว่าจ้าง หรือขอหมายเลขทะเบียนรถ เพื่อนำมาตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อจะได้ทราบว่าเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนเลือกใช้บริการรถเช่าเหมาควรตรวจสอบข้อมูล สถิติอุบัติเหตุ ประวัติการให้บริการจากผู้ใช้บริการรายอื่น การประสานงานการให้บริการที่ดี โดยสามารถดาวน์โหลดรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐานที่ www.dlt.go.th ด้านผู้ประกอบการ มีสมุด จดบันทึกข้อมูลประจำรถและต้องบันทึกในสมุดประจำรถให้ครบถ้วน ประวัติการเดินรถดี มีการตรวจสภาพความพร้อมของรถและพนักงานขับรถเพื่อความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ด้านตัวรถ ต้องพร้อมใช้งาน จดทะเบียนเป็นรถโดยสารสาธารณะ(ป้ายเหลือง) มีการติดตั้ง GPS Tracking เพื่อการตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่และการใช้ความเร็วของรถแบบ Realtime ผ่าน application“DLT GPS”ทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะแสดงผลเช่นเดียวกันกับข้อมูลที่แสดงในศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก และศูนย์ฯ GPS ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ และเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมโดยสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนทุกกรณีผ่านทาง application และต้องมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย ได้แก่ เข็มขัดนิรภัย ประตูฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจกครบถ้วน มีการจัดทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และประกันภัยเพิ่มเติม ผ่านการตรวจสภาพรถและชำระภาษีถูกต้อง หากต้องเดินทางในเส้นทางที่มีความลาดเอียงหรือสูงชันต้องเลือกใช้รถที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ด้านคนขับ ชำนาญเส้นทาง มีใบอนุญาตขับรถที่ ชื่อ-สกุล เลขที่ใบอนุญาตขับรถ ตรงตามประเภทของรถด้วย เช่น หากเป็นรถบัสโดยสารขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรทุกคนได้ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามพ.ร.บ.การขนส่งทางบกประเภทที่ 2, 3 และ 4 เท่านั้น ส่วนรถตู้ คนขับสามารถใช้ใบอนุญาตขับรถได้ตั้งแต่ประเภทที่ 1 ถึง 4 นอกจากนี้ ต้องมีแผนการเดินทาง ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ จุดพักรถและจุดเปลี่ยนผู้ขับรถชัดเจน และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืน
.
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนออกเดินทาง ต้องตรวจสอบว่าผู้รับจ้างปฏิบัติตรงตามที่ตกลงกันและตรงกับที่ทำสัญญาหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามข้อตกลง เช่น ทะเบียนรถไม่ตรงกับในสัญญา สภาพรถไม่ปลอดภัย คนขับไม่มีใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตขับรถไม่ตรงตามประเภทรถ ผู้ว่าจ้างสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันที และสามารถเรียกร้องให้ผู้รับจ้างชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ด้วย ระหว่างการเดินทาง ต้องเปลี่ยนคนขับเมื่อปฏิบัติงานติดต่อกันเป็นเวลา 4 ชั่วโมง หรือให้หยุดพักขับรถไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะขับรถต่อไปอีกไม่เกิน 4 ชั่วโมง ไร้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ทั้งนี้หมั่นสังเกตอาการคนขับรถ หากมีอาการอ่อนล้าหรือง่วงให้หยุดพักหรือเปลี่ยนคนขับทันที และคอยเตือนไม่ให้ผู้ขับรถใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ยึดหลัก “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิภัย” หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ขอให้ร้องเรียนที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ หมายเลข 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
----------------------------------
... อ่านต่อซ่อนHide

กรมการขนส่งทางบก แนะ!!! เช่าเหมารถโดยสารทุกครั้ง เลือกใช้รถโดยสารที่มีมาตรฐาน ติดตั้งระบบ GPS Tracking ผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ บริหารงานอย่างอย่างมืออาชีพ ย้ำ!!! วางแผนการเดินทางอย่างเหมาะสม เลือกเส้นทางที่ปลอดภัย ตรวจสอบข้อมูลประวัติก่อนว่าจ้าง ร่วม !!! ติดตามรถโดยสารสาธารณะผ่าน Application “DLT GPS” หรือ พบรถโดยสารไม่ปลอดภัย ประมาทหวาดเสียว แจ้งสายด่วน โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
.
 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สร้างมั่นใจในบริการรถโดยสารไม่ประจำทาง ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงเทศกาลที่ประชาชนนิยมใช้บริการเช่าเหมารถตู้โดยสารและรถบัสโดยสารขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก ก่อนการเลือกใช้บริการรถเช่าเหมา ควรวางแผนการเดินทางอย่างเหมาะสม เลือกเส้นทางที่ปลอดภัย ประชาชน ควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของผู้รับจ้างทั้งข้อมูลคนขับและสภาพรถ เลือกขนาดรถให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร ควรได้เห็นตัวรถก่อนการว่าจ้าง หรือขอหมายเลขทะเบียนรถ เพื่อนำมาตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อจะได้ทราบว่าเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนเลือกใช้บริการรถเช่าเหมาควรตรวจสอบข้อมูล สถิติอุบัติเหตุ ประวัติการให้บริการจากผู้ใช้บริการรายอื่น การประสานงานการให้บริการที่ดี โดยสามารถดาวน์โหลดรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐานที่ www.dlt.go.th  ด้านผู้ประกอบการ มีสมุด   จดบันทึกข้อมูลประจำรถและต้องบันทึกในสมุดประจำรถให้ครบถ้วน ประวัติการเดินรถดี มีการตรวจสภาพความพร้อมของรถและพนักงานขับรถเพื่อความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ด้านตัวรถ ต้องพร้อมใช้งาน จดทะเบียนเป็นรถโดยสารสาธารณะ(ป้ายเหลือง) มีการติดตั้ง GPS Tracking  เพื่อการตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่และการใช้ความเร็วของรถแบบ Realtime ผ่าน application“DLT GPS”ทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะแสดงผลเช่นเดียวกันกับข้อมูลที่แสดงในศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก และศูนย์ฯ GPS ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ และเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมโดยสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนทุกกรณีผ่านทาง application และต้องมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย ได้แก่ เข็มขัดนิรภัย ประตูฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจกครบถ้วน  มีการจัดทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และประกันภัยเพิ่มเติม ผ่านการตรวจสภาพรถและชำระภาษีถูกต้อง หากต้องเดินทางในเส้นทางที่มีความลาดเอียงหรือสูงชันต้องเลือกใช้รถที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ด้านคนขับ ชำนาญเส้นทาง มีใบอนุญาตขับรถที่ ชื่อ-สกุล เลขที่ใบอนุญาตขับรถ ตรงตามประเภทของรถด้วย เช่น หากเป็นรถบัสโดยสารขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรทุกคนได้ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามพ.ร.บ.การขนส่งทางบกประเภทที่ 2, 3 และ 4 เท่านั้น ส่วนรถตู้ คนขับสามารถใช้ใบอนุญาตขับรถได้ตั้งแต่ประเภทที่ 1 ถึง 4  นอกจากนี้ ต้องมีแผนการเดินทาง ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ จุดพักรถและจุดเปลี่ยนผู้ขับรถชัดเจน และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืน 
.
 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนออกเดินทาง ต้องตรวจสอบว่าผู้รับจ้างปฏิบัติตรงตามที่ตกลงกันและตรงกับที่ทำสัญญาหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามข้อตกลง เช่น ทะเบียนรถไม่ตรงกับในสัญญา สภาพรถไม่ปลอดภัย คนขับไม่มีใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตขับรถไม่ตรงตามประเภทรถ ผู้ว่าจ้างสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันที และสามารถเรียกร้องให้ผู้รับจ้างชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ด้วย ระหว่างการเดินทาง ต้องเปลี่ยนคนขับเมื่อปฏิบัติงานติดต่อกันเป็นเวลา 4 ชั่วโมง หรือให้หยุดพักขับรถไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะขับรถต่อไปอีกไม่เกิน 4 ชั่วโมง ไร้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ทั้งนี้หมั่นสังเกตอาการคนขับรถ หากมีอาการอ่อนล้าหรือง่วงให้หยุดพักหรือเปลี่ยนคนขับทันที และคอยเตือนไม่ให้ผู้ขับรถใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ยึดหลัก “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิภัย” หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ขอให้ร้องเรียนที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ หมายเลข 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
 ----------------------------------

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและวัตถุอันตราย หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2561 เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรตามมาตรการอำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชน
.
.
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมพร้อมทุกมาตรการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ภายใต้แนวคิด “Safe Drive Save Lives ปลอดภัยทุกชีวิต ขับรถเป็นมิตรผู้ร่วมทาง” ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมากส่งผลให้มีการจราจรหนาแน่นและคับคั่ง ทั้งยังมีความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ กรมการขนส่งทางบกจึงขอความร่วมมือ สหพันธ์ สมาคม ชมรม และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกจำนวน 15 แห่ง หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและวัตถุอันตรายในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2561 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน หากผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีความจำเป็นต้องทำการขนส่งสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่มีการสัญจรเป็นจำนวนมาก ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันไม่ให้สิ่งของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่จอดรถกีดขวางการจราจรและบริเวณไหล่ทาง กรณีที่รถเกิดขัดข้องหรือมีความจำเป็นต้องจอดรถในช่องทางเดินรถหรือบริเวณไหล่ทางจะต้องแสดงสัญญาณไฟกะพริบและจัดให้มีเครื่องหมายตามลักษณะและเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดตามกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ.2558 พร้อมดำเนินการแก้ไขและเคลื่อนย้ายรถให้พ้นจากทางเดินรถโดยเร็วที่สุด สำหรับรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock) ไว้กับตัวรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพร่องของตัวรถและอุปกรณ์ส่วนควบของรถ ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง จนเป็นเหตุเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง มีความผิดเปรียบเทียบปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
.
.
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการเข้มข้นทุกมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับให้ทุกหน่วยงานจัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอ เข้มงวดตรวจสอบความพร้อมรถโดยสารทุกคันตามมาตรฐานความปลอดภัย (Checklist) ที่กรมฯกำหนด ผู้ขับรถต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สภาพร่างกายต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ไม่ขับรถเกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด และผู้ขับรถทุกคนต้องไร้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์ พร้อมควบคุม ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ด้วยระบบ GPS Tracking ซึ่งเชื่อมข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก หากประชาชนพบเห็นรถบรรทุกขนส่งสินค้าหรือรถโดยสารสาธารณะขับขี่อันตราย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุการณ์หรือร้องเรียนได้ผ่านแอพพลิเคชั่น DLT GPS หรือ โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
... อ่านต่อซ่อนHide

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและวัตถุอันตราย หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2561 เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรตามมาตรการอำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชน 
.
.
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมพร้อมทุกมาตรการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ภายใต้แนวคิด “Safe Drive Save Lives ปลอดภัยทุกชีวิต ขับรถเป็นมิตรผู้ร่วมทาง” ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมากส่งผลให้มีการจราจรหนาแน่นและคับคั่ง ทั้งยังมีความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ  กรมการขนส่งทางบกจึงขอความร่วมมือ สหพันธ์ สมาคม ชมรม และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกจำนวน 15 แห่ง หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและวัตถุอันตรายในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2561 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  หากผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีความจำเป็นต้องทำการขนส่งสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าว  ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่มีการสัญจรเป็นจำนวนมาก ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันไม่ให้สิ่งของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน  ไม่จอดรถกีดขวางการจราจรและบริเวณไหล่ทาง  กรณีที่รถเกิดขัดข้องหรือมีความจำเป็นต้องจอดรถในช่องทางเดินรถหรือบริเวณไหล่ทางจะต้องแสดงสัญญาณไฟกะพริบและจัดให้มีเครื่องหมายตามลักษณะและเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดตามกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ.2558 พร้อมดำเนินการแก้ไขและเคลื่อนย้ายรถให้พ้นจากทางเดินรถโดยเร็วที่สุด  สำหรับรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock) ไว้กับตัวรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพร่องของตัวรถและอุปกรณ์ส่วนควบของรถ  ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง จนเป็นเหตุเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง มีความผิดเปรียบเทียบปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท  และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
.
.
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวเพิ่มเติมว่า  กรมการขนส่งทางบกดำเนินการเข้มข้นทุกมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับให้ทุกหน่วยงานจัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอ เข้มงวดตรวจสอบความพร้อมรถโดยสารทุกคันตามมาตรฐานความปลอดภัย (Checklist)  ที่กรมฯกำหนด  ผู้ขับรถต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สภาพร่างกายต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ไม่ขับรถเกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด และผู้ขับรถทุกคนต้องไร้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์  พร้อมควบคุม ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ด้วยระบบ GPS Tracking ซึ่งเชื่อมข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก หากประชาชนพบเห็นรถบรรทุกขนส่งสินค้าหรือรถโดยสารสาธารณะขับขี่อันตราย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุการณ์หรือร้องเรียนได้ผ่านแอพพลิเคชั่น DLT GPS หรือ โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวในที่สุด

กรมการขนส่งทางบก เพิ่มทางเลือกอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามประเภท แนะ!!! สำหรับผู้ต้องการจดทะเบียนรถตู้ส่วนบุคคลเกิน 12 ที่นั่ง หรือรถยนต์บรรทุก ส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม ก่อนซื้อรถให้ขอรับความเห็นชอบในหลักการกับนายทะเบียนโดยไม่จำเป็นต้องมีตัวรถ

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเงื่อนไขการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สำหรับรถในกลุ่มรถตู้ส่วนบุคคลที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 12 ที่นั่ง หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสใช้รถตู้ส่วนบุคคลมาใช้รับจ้างรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งจะทำให้ยากต่อการควบคุมตรวจสอบความปลอดภัย โดยกำหนดให้เจ้าของรถต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นในการใช้รถ โดยต้องไม่มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปรับจ้างขนส่ง หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้รถกระทำการดังกล่าวตลอดระยะเวลา 3 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขอ ทั้งยังต้องมีสถานที่จอดรถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรส และต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ให้สามารถจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่าประชาชนหลายรายที่ซื้อรถแล้ว แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ เช่น ไม่มีที่จอดรถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ทำให้ไม่สามารถขอจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล ดังนั้น เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน กรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำให้ผู้ที่จะซื้อรถและจดทะเบียนตามเงื่อนไขดังกล่าว สามารถขอรับความเห็นชอบในหลักการจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลจากกรมการขนส่งทางบกได้ โดยยังไม่จำเป็นต้องมีตัวรถหรือเลขคัสซีมาแสดง ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงนำรถพร้อมหนังสือที่ได้รับความเห็นชอบไปดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลตามภายใน 90 วัน นับแต่วันได้รับแจ้ง หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วต้องยื่นขอความเห็นชอบในหลักการใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามต้องมีหลักฐานในการขอรับความเห็นชอบถูกต้องและครบถ้วนตามเงื่อนไข ประกอบด้วย หนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการใช้รถ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถจากผู้ผลิต แผนที่แสดงที่ตั้งที่จอดรถ ภาพถ่ายพร้อมแผนผังแสดงพื้นที่จอดรถและทางเข้า-ออก หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ครอบครองสถานที่จอดรถ ประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ (กรณีเป็นนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับจริงพร้อมสำเนา และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม) และหนังสือรับรองการใช้รถส่วนบุคคล โดยกรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบหลักฐาน พิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมแจ้งผลการพิจาณาภายใน 30 วัน ทั้งนี้ กรณีตรวจสอบพบในภายหลังว่ามีการยื่นหลักฐานเท็จ หรือนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้ทำการขนส่งเพื่อการค้า หรือธุรกิจส่วนตัว หรือการรับจ้างใดๆ ถือว่าทำผิดเงื่อนไขทางทะเบียนสามารถสั่งเพิกถอนทะเบียนรถได้
.
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาว่ารถใดเป็นรถยนต์นั่งที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 12 ที่นั่ง หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม ที่ตรงตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ เบื้องต้นจะตรวจสอบจากเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิด แบบ ขนาดสัดส่วนและจำนวนที่นั่งจากผู้ผลิต เว้นแต่กรณีที่ผู้ผลิตไม่ได้ระบุจำนวนที่นั่งไว้ในแบบรถ กรมการขนส่งทางบกจะคำนวณจำนวนที่นั่งจากพื้นที่โดยสารตามเกณฑ์ที่กำหนด หากเอกสารแสดงแบบรถขัดกับสภาพข้อเท็จจริงของตัวรถ เจ้าของรถหรือผู้ยื่นขอความเห็นชอบจะต้องจัดส่งข้อมูลแบบรถและรายละเอียดของรถเพิ่มเติม โดยผู้ที่ต้องการใช้รถในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในท้องที่นั้นๆ สอบถามเพิ่มเติม สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2271-8888 ต่อ 2101-5, 2201-4, 2308-9 รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
....................................................
... อ่านต่อซ่อนHide

กรมการขนส่งทางบก เพิ่มทางเลือกอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามประเภท แนะ!!! สำหรับผู้ต้องการจดทะเบียนรถตู้ส่วนบุคคลเกิน 12 ที่นั่ง หรือรถยนต์บรรทุก  ส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม ก่อนซื้อรถให้ขอรับความเห็นชอบในหลักการกับนายทะเบียนโดยไม่จำเป็นต้องมีตัวรถ 

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเงื่อนไขการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สำหรับรถในกลุ่มรถตู้ส่วนบุคคลที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 12 ที่นั่ง หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสใช้รถตู้ส่วนบุคคลมาใช้รับจ้างรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งจะทำให้ยากต่อการควบคุมตรวจสอบความปลอดภัย โดยกำหนดให้เจ้าของรถต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นในการใช้รถ โดยต้องไม่มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปรับจ้างขนส่ง หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้รถกระทำการดังกล่าวตลอดระยะเวลา 3 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขอ ทั้งยังต้องมีสถานที่จอดรถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรส และต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ให้สามารถจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่าประชาชนหลายรายที่ซื้อรถแล้ว แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ เช่น ไม่มีที่จอดรถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ทำให้ไม่สามารถขอจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล ดังนั้น เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน กรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำให้ผู้ที่จะซื้อรถและจดทะเบียนตามเงื่อนไขดังกล่าว สามารถขอรับความเห็นชอบในหลักการจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลจากกรมการขนส่งทางบกได้ โดยยังไม่จำเป็นต้องมีตัวรถหรือเลขคัสซีมาแสดง ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงนำรถพร้อมหนังสือที่ได้รับความเห็นชอบไปดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลตามภายใน 90 วัน นับแต่วันได้รับแจ้ง หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วต้องยื่นขอความเห็นชอบในหลักการใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามต้องมีหลักฐานในการขอรับความเห็นชอบถูกต้องและครบถ้วนตามเงื่อนไข ประกอบด้วย หนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการใช้รถ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถจากผู้ผลิต แผนที่แสดงที่ตั้งที่จอดรถ ภาพถ่ายพร้อมแผนผังแสดงพื้นที่จอดรถและทางเข้า-ออก หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ครอบครองสถานที่จอดรถ ประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ (กรณีเป็นนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับจริงพร้อมสำเนา และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม) และหนังสือรับรองการใช้รถส่วนบุคคล โดยกรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบหลักฐาน พิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมแจ้งผลการพิจาณาภายใน 30 วัน ทั้งนี้ กรณีตรวจสอบพบในภายหลังว่ามีการยื่นหลักฐานเท็จ หรือนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้ทำการขนส่งเพื่อการค้า หรือธุรกิจส่วนตัว หรือการรับจ้างใดๆ ถือว่าทำผิดเงื่อนไขทางทะเบียนสามารถสั่งเพิกถอนทะเบียนรถได้  
.
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาว่ารถใดเป็นรถยนต์นั่งที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 12 ที่นั่ง หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม ที่ตรงตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ เบื้องต้นจะตรวจสอบจากเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิด แบบ ขนาดสัดส่วนและจำนวนที่นั่งจากผู้ผลิต เว้นแต่กรณีที่ผู้ผลิตไม่ได้ระบุจำนวนที่นั่งไว้ในแบบรถ กรมการขนส่งทางบกจะคำนวณจำนวนที่นั่งจากพื้นที่โดยสารตามเกณฑ์ที่กำหนด หากเอกสารแสดงแบบรถขัดกับสภาพข้อเท็จจริงของตัวรถ เจ้าของรถหรือผู้ยื่นขอความเห็นชอบจะต้องจัดส่งข้อมูลแบบรถและรายละเอียดของรถเพิ่มเติม โดยผู้ที่ต้องการใช้รถในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในท้องที่นั้นๆ สอบถามเพิ่มเติม สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2271-8888 ต่อ 2101-5, 2201-4, 2308-9 รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด 
....................................................