เฮดโค้ชปราสาทสายฟ้าเชื่อ VAR สร้างความยุติธรรมได้ แต่ผู้ตัดสินก็ต้องมีการพัฒนาด้วย

0 635

“โบซิดาร์ บันโดวิช” เฮดโค้ช สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี Video Assistant Referee (VAR) มาใช้กับการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก เชื่อว่าจะต้องเห็นผลอย่างแน่นอน แต่ต้องพยายามพัฒนาหรือยกระดับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินควบคู่ไปด้วย

โดยประเทศไทยนั้น ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่นำเทคโนโลยี VAR เข้ามาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศอย่างเป็นทางการ หลังมีการนำร่องมาใช้ในฤดูกาล 2018 ที่ผ่านมา

“อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญนอกจาก VAR คือตัวของผู้ตัดสิน ที่ต้องมีการเตรียมตัวให้ดี เพื่อเป็นประโยชน์มากที่สุดสำหรับผู้ฝึกสอนและตัวนักกีฬา ทุกคนต่างต้องการความถูกต้องและชัดเจน โดยเฉพาะการอธิบายกฎต่างๆ เพราะบางครั้งผมรู้สึกว่าผู้ตัดสิน ควรจะทำได้ดีกว่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมา หลายคนขาดการเตรียมตัว อย่างเช่นเมื่อเราถาม พวกเขาไม่สามารถอธิบายให้เราเข้าใจอย่างชัดเจน ตรงนี้สำคัญมากๆ”   บันโดวัช กล่าว

สำหรับ เทคโนโลยี VAR จะใช้ตัดสินสถานการณ์จำนวน 4 สถานการณ์ ได้แก่
1. เป็นประตู/ไม่เป็นประตู (ข้ามเส้นไม่ช้ามเส้น, มีการฟาวล์ก่อน, ล้ำหน้า, ลูกบอลออกสนามก่อนเข้าประตู)
2. จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (ตำแหน่งของการฟาวล์, ฝ่ายรุกทำฟาวล์ก่อน, ลูกบอลออกนอกสนามก่อนการฟาวล์, การที่ผู้รักษาประตูหรือผู้ยิงประตู ทำผิดกติกาขณะเตะจุดโทษ)
3. ใบแดงโดยตรง (เจตนาป้องกันประตูผิดกติกาอย่างตั้งใจ, การทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง เช่น ถ่มน้ำลาย, ดูหมื่น และ ใช้วาจาไม่สุภาพ)
4. ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นผิดคน)

อ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

comments