เผยชื่อ 15 แข้งตำนานดอร์ทมุนด์ ปะทะอดีตนักเตะบุรีรัมย์ 18 พ.ย.นี้

0 994

“ฉลามล้อคลื่น” คาร์ลไฮน์ รีดเล นำทัพ ตำนานนักเตะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงปะทะอดีตนักเตะ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอลนัดพิเศษ “Return of The Legends” 18 พ.ย.นี้… 

วันที่ 12 พ.ย. 61 ความเคลื่อนไหวฟุตบอลนัดพิเศษ “Return of The Legends” ซึ่งเป็นการดวลแข้งระหว่าง “Buriram United OG” (Original Gangsters) อดีตนักเตะ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ ตำนานนักเตะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพื่อเป็นการยืนยันการจับมือร่วมเป็นพันธมิตรฟุตบอล ในการพัฒนาสโมสรและพัฒนานักเตะตั้งแต่ระดับเยาวชน

ล่าสุด มีการยืนยันรายชื่อทัพนักเตะตำนาน “เสือเหลือง” ออกมาเรียบร้อยแล้ว นำโดย นอร์เบิร์ต ดิคเคล ศูนย์หน้าที่ยิง 40 ประตู จาก 90 นัด จะมาในฐานะโค้ชของทีม และมี จูลิโอ เซซาร์ เซ็นเตอร์แบ็กชาวบราซิล สวมปลอกแขนกัปตันทีมลงสนามในฟุตบอลนัดนี้, “ฉลามล้อคลื่น” คาร์ลไฮน์ รีดเล กองหน้าที่ซัด 2 ประตูให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชนะ ยูเวนตุส 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1997, เดเด แบ็กซ้ายที่ค้าแข้งกับทีมตั้งแต่ปี 1998-2011 ลงสนามมากถึง 322 นัด, โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ ผู้รักษาประทีมชาติเยอรมนี ที่ลงสนามเฝ้าเสาให้ทีมเสือเหลือง 349 นัด คว้า 7 แชมป์, แพทริค โอโวโมเยลา แบ็กขวาทีมชาติเยอรมนี ผู้คว้า 2 แชมป์ลีก และ 1 แชมป์บอลถ้วยกับทีม

นอกจากนี้ยังมี มาร์โช อโมโรโซ กองหน้าชาวบราซิล เจ้าของค่าตัว 25 ล้านยูโร ในช่วงย้ายสู่ทีมเมื่อปี 2001 ลงสนาม 59 นัด ทะลวงตาข่าย 28 ประตู, โม ซีดาน หรือ โมฮัมเหม็ด ซีดาน ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ที่ค้าแข้งกับทีมช่วงปี 2008-12 พาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยติดต่อกัน, ยอร์ก ไฮน์ริค นักเตะที่พาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย, โฟลเรียน คริงเก กองกลางเจ้าของ 3 แชมป์บุนเดสลีกา และ 1 แชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ, เอเวอร์ธอน, เอวานิลสัน, มิโรสลาฟ สเตวิช, มลาเดน เปตริช, ติงกา และ มิชาเอล เฮนเค

สำหรับฟุตบอลนัดพิเศษ “Return of The Legends” จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ที่ สนามช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ แฟนบอลสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ฟรี โดยภายในสนามจะมีการรับบริจาค ซึ่งจะนำเงินรายได้ทั้งหมดไปมอบให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อซื้อรถพยาบาลไว้ใช้ในกิจกรรมของโรงพยาบาล และใช้ในสาธารณประโยชน์ต่อไป

เครดิตข้อมูลจาก : ไทยรัฐ