OR ORIC Superbike สนาม 3 เสิร์ฟความมันส์ต่อเนื่อง ชี้พลิกวิกฤติ พาเรตติ้งชมออนไลน์พุ่งไม่หยุด

0 126

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผนึกกำลัง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สังเวียนความเร็วระดับโลกของไทย เดินหน้าจัดศึกสองล้อชิงแชมป์ประเทศไทย OR BIRC Superbike อย่างต่อเนื่อง เผยเรตติ้งการเข้าชมออนไลน์มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกช่องทาง หลังจากทำสถิติปีที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ชม 1.9 ล้านวิว ชี้สถานการณ์ “โควิด-19” ส่งผลให้เทรนด์ผู้ชมเปลี่ยนไป ชูเกมการแข่งขันที่ดุเดือดเทียบชั้นเอเชียจากนักบิดชั้นนำของไทยคือปัจจัยสำคัญ พร้อมชวนแฟนความเร็วชาวไทยลุ้นแชมป์สนาม 3 สุดสัปดาห์นี้

ศึก OR BIRC Superbike Championship การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฤดูกาลนี้การลุ้นแชมป์ประจำปีมีความเข้มข้นขึ้นอย่างมาก จากการที่ทีมแข่งยักษ์ใหญ่ระดับเอเชียส่งไลน์อัพชุดใหญ่ลงชิงความเป็นหนึ่ง

สถานการณ์ในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ปรากฏว่าหลังผ่าน 2 สนามแรก “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ 3 สมัยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม คว้าชัยชนะมาครองได้ทั้ง 2 เรซ ครองจ่าฝูงเหนือคู่หู ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม อย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ และ “ตี” อนุภาพ ซามูล โดยในสนามที่ 3 เป็นศึกใหญ่ของยามาฮ่า ในการคัมแบ็กสู่อันดับ 1 ให้ได้

ด้านเกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ในปีนี้มีอุณหภูมิการแข่งขันที่ร้อนระอุจากการขับเคี่ยวของค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง ฮอนด้า และ ยามาฮ่า ซึ่งส่งไลน์อัพนักบิดระดับเอเชียลงฟาดฟันกัน ซึ่งหลังผ่าน 2 สนามแรกปรากฏว่า “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะสนามล่าสุดนั้นขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ด้วยคะแนนเหนือ 2 นักบิดจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ อย่าง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช และ “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ เพียงคนละ 2 แต้มเท่านั้น

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า “จากการทำงานอย่างหนักของหลายๆฝ่าย ทำให้เราสามารถกลับมามอบความสุขให้กับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าต่างก็เฝ้ารอให้สถานการณ์ โควิด-19 กลับมาสู่ภาวะปกติ โดย OR ORIC Superbike ถือเป็นมอเตอร์สปอร์ตรายการแรกที่นำร่องกลับมาจัดเรซภายใต้มาตรการคลายล็อคที่รัดกุม โดยเปิดให้มีแฟนเข้าชม 25% จากความจุของสนาม”

“จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า แฟนๆ หันไปชมมอเตอร์สปอร์ตผ่านช่องทางระบบ ออนไลน์ สตรีมมิ่ง ทุกแพล็ตฟอร์ม เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกระแสตอบรับ และความสำเร็จอย่างท่วมท้นในปีที่ผ่านมา ยอดการเข้าถึงผ่านทางระบบออนไลน์ ไลฟ์ สตรีมมิ่งทุกช่องทาง มากกว่า 1.9 ล้านวิว ตลอดทั้งฤดูกาล มูลค่าสื่อประชาสัมพันธ์รวม 4 สนาม ทั้งสิ้นกว่า 294 ล้านบาทและมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ไปยังประเทศกลุ่ม AEC คือ ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา”

“ในปีนี้ ผ่านไป 2 สนาม ยอดผู้ชมและติดตามข่าวยังคงสูงมาก