บุรีรัมย์-ประกาศภาวะฝนแล้ง 14 อำเภอ นาข้าวเสียหายกว่า 4.8 แสนไร่ เร่งขอเงินชดเชย 500 ล้าน

บุรีรัมย์ประกาศภาวะฝนแล้งแล้ว 14 อำเภอ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรกว่า 42,600 ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง นาข้าวเสียหายกว่า 480,000 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ เพื่อเสนอรับเงินชดเชยช่วยเหลือ วงเงินกว่า 500 ล้าน

เมื่อวานนี้ (4 ธ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.บุรีรัมย์ ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าว ประสบปัญหาขาดน้ำหล่อเลี้ยงแห้งตายเสียหายเป็นวงกว้าง ล่าสุดทางจังหวัดได้พิจารณาประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภาวะฝนแล้ง) แล้ว 14 อำเภอ คือ อ.เมืองบุรีรัมย์ , ประโคนชัย , นาโพธิ์ , สตึก , หนองหงส์ , นางรอง , กระสัง , หนองกี่ , แคนดง , ชำนิ , พุทไธสง , บ้านใหม่ไชยพจน์ , ลำปลายมาศ และ อ.คูเมือง พื้นที่ที่ได้รบผลกระทบ 106 ตำบล 1,026 หมู่บ้าน กับอีก 1 ชุมชน พื้นที่การเกษตร(นาข้าว) ได้รับความเสียหาย 480,728 ไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 42,641 ครัวเรือน

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางอำเภอ และเกษตรอำเภอ เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอรายงานจังหวัด เพื่อที่จะได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ก่อนจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนแล้ง ตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการอย่างเร่งด่วน โดยตามหลักเกณฑ์หากได้รับผลกระทบจากภัยแล้งนาข้าวเสียหาย จะได้รับเงินชดเชยไร่ละ 1,113 บาท แต่ไม่เกิน 30 ไร่ ส่วนเกษตรกรที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็จะได้รับการช่วยเหลือเป็นค่าเก็บเกี่ยวจากทางรัฐบาลไร่ละ 1,500 บาท แต่ไม่เกิน 20 ไร่

นายเอกภพ จันเพ็ญ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติ จ.บุรีรัมย์ จะมีฝนตกเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200 มิลลิเมตร แต่ปีนี้ปริมาณฝนตกสะสมค่อนข้างน้อยเพียง 800 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้ส่งผลกระทบกับพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวของเกษตรกรเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่อำเภอ ทางจังหวัดจึงได้พิจารณาประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภาวะฝนแล้ง) ในพื้นที่ 14 อำเภอดังกล่าว เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรรายใดที่พื้นที่นาข้าวได้รับผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง ยังตกหล่น ไม่ได้รับการสำรวจก็สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทางผู้นำชุมชน หรืออำเภอในพื้นที่นั้น เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลเสนอจังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

ข่าวจาก : Workpoint News

ทิ้งคำตอบไว้