ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ออกมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโควิด-19 ตามแนวทาง BURIRAM HEALTHY MODEL มีผลบังคับถึง 31พ.ค.นี้

0 495

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ออกคำสั่งจังหวัด มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามแนวทาง BURIRAM HEALTHY MODEL มีผลบังคับถึงวันที่ 31 พ.ค.2563 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งหรือประกาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีทั้งปิดสถานที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เป็นการชั่วคราว และเปิดได้ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตาม พรก.ฉุกเฉิน โทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(8 พ.ค.63) นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์ ออกคำสั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 2308/2563 ลงวันที่ 7 พ.ค.2563 เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคนา 2019 (COVID-19) จังหวัดบุรีรัมย์ ตามแนวทาง BURIRAM HEALTHY MODEL ตามที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคนา 2019 (COVID-19) จังหวัดบุรีรัมย์ ตามแนวทาง BURIRAM HEALTHY MODEL ระหว่างวันที่ 1-31 พ.ค.2563 (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 28 เม.ย.2563 โดยให้มีผลบังคับถึงวันที่ 31 พ.ค.2563 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศเรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร(คราวที่1) ลงวันที่ 28 เม.ย.2563 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2563 จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2563 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 29 เม.ย.2563 ให้บรรดาประกาศ หรือคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ซึ่งถือว่าเป็นประกาศ หรือคำสั่งตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิมจนกว่าจะได้มีข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น นั้น

โดยที่เป็นการสมควรที่จะปรับปรุงมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้มีความเหมะสมกับบริบทในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นไปตามข้อเท็จจริงจากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3(1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ประกอบกับข้อ 7 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 ข้อ 2 (6) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 1 พ.ค.2563 ข้อ 1 (1) และข้อ 1 (2) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 1 พ.ค.2563 ละคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เรื่องแนวทางปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 ลงวันที่ 1 พ.ค.2563ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ในคราวประชุมครั้งที่ 18/2563 เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2563 จึงให้มีคำสั่ง ดังนี้

ข้อ 1 ให้ปิดสถานที่ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เป็นการชั่วคราว ดังนี้ (1) สนามเด็กเล่น สถานที่ที่จัดให้มีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก (2) สถานที่เล่นสเก็ต หรือโรลเลอร์เบรด หรือการเล่นอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน (3) สถานที่จัดนิทรรศการ ศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์ประชุม (4) พิพิธภัณฑ์ (5) ห้องสมุดสาธารณะ (6) สถานรับเลี้ยงเด็ก (7) สถานดูแลผู้สูงอายุ (8) สถาบันลีลาศหรือสอนลีลาศ (9) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เว้นแต่ ซูปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ตเตล็ดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ธนาคาร ร้านจำหน่ายหรือเช่าหนังสือ ที่ทำการหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ส่วนแผนกร้านอาหารให้เปิดเฉพาะจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น

ข้อ 2 สถานที่ดังต่อไปนี้สามารถดำเนินการเปิดได้ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนตามมาตรการป้องกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดบุรีรัมย์ ตามเอกสารแนบท้ายคำสั่งนี้

(1) ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรีให้เปิดเฉพาะกิจกรรมสระ ตัด ซอยผม แต่งผม และต้องไม่มีผู้นั่งในร้าน

(2) สนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ให้เปิดได้ แต่ต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน

(3) สนามกีฬาเฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้งและตามกติกาสากล ผู้เล่นต้องมีระยะห่างทางสังคม ละไม่คลุกคลีกันอยู่แล้ว เช่น เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู และต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน

(4) สวนสาธารณะ ลาน –พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ลานกีฬา ให้เปิดได้เฉพาะพื้นที่โล่งเพื่อการเดิน วิ่ง ขี่ หรือปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกาย ด้วยวิธีอื่นเป็นส่วนบุคคล โดยไม่มีผู้ชุมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน การละเล่น การแสดง

(5) สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์

ทั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจและให้คำแนะนำ หรือตักเตือนห้ามปรามได้ตลอดเวลา หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือเป็นอันตรายต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ให้เสนอผู้มีอำนาจตามกฏหมายว่าด้วยโรคติดต่อสั่งปิดสถานที่นั้นเฉพาะราย

ในส่วนของสถานที่ สถานประกอบการ หรือกิจกรรมบางประการซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีประกาศ หรือคำสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวไปแล้วนั้น นายกรัฐมนตรีได้มีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 3 พ.ค.2563 ผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ตามความสมัครใจและความพร้อม ทั้งนี้ จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 2/2563 ลงวันที่ 1 พ.ค.2563 ตลอดจนมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการแนะนำอย่างเคร่งครัด รวมถึงสถานที่อื่นนอกเหนือจากคำสั่งหรือประกาศนี้ ให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด และข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.2563

ข้อ 3 บทลงโทษ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในบรรดาประกาศหรือคำสั่งที่ได้ออกไว้ก่อนหน้านี้ให้มีผลใช้บังคับได้เท่าที่ไม่ขัดหรือย้งกับคำสั่งฉบับนี้ อนึ่ง เนื่องจากเป้นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารระ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ.2539

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2563 ถึงวันที่ 31 พ.ค.2563 หรือ จนกว่าจะมีคำสั่งหรือประกาศเปลี่ยนแปลง

comments