แล้งหนัก บุรีรัมย์-สุรินทร์เดือดร้อน

0 367

หัวหน้าสำนักงาน ปภ.กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายหมู่บ้าน ตำบลอาทิ ต.หัววัว, ต.เสม็ด ,ต.พระครู อ.เมือง และต.พรสำราญ อ.คูเมือง ทำเรื่องขอสนับสนุนรถสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา

สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงต่อเนื่องโดยเมื่อวันที่ 20 มกราคม นายทแกล้ว นุศรีวอ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ทางจังหวัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งทั้งระดับ จังหวัด และระดับอำเภอทั้ง 23 อำเภอ พร้อมทั้งได้จัดทำแผนบูรณการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนโดยเฉพาะเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค

หัวหน้าสำนักงาน ปภ.กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายหมู่บ้าน ตำบลอาทิ ต.หัววัว, ต.เสม็ด ,ต.พระครู อ.เมือง และต.พรสำราญ อ.คูเมือง ทำเรื่องขอสนับสนุนรถสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมาเพื่อมาทำการสูบน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงไปเติมใส่สระน้ำกลางหมู่ บ้านเพื่อสำรองไว้ผลิตประปาแล้ว เนื่องจากสระน้ำกลางหมู่บ้านเริ่มมีสภาพตื้นเขิน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกน้อยและทิ้งช่วงจึงเกรงว่าน้ำดิบจะไม่เพียง พอในการผลิตประปาตลอดฤดูแล้งนี้

เช้าวันเดียวกัน นางสุรัตน์ คุณเลิศ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 81 ม.2 บ้านหนองใหญ่ ต.หนองหลวง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ พร้อมชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้นำผู้สื่อข่าวสำรวจต้นข้าว ในพื้นที่บ้านหนองแวง ต.หนองหลวง จำนวนนับพันไร่ ที่กำลังแห้งตายเพราะขาดแคลนน้ำซึ่งจากการสังเกตุในพื้นที่ยังพบเห็นชาวบ้าน จำนวนหนึ่งกำลังช่วยกันถอนต้นกล้าเล็กๆ จากนาซึ่งเป็นดินทรายที่แห้งแล้ง

นายเยี่ยม บุญยิ่ง อายุ 38 ปี เจ้าของนา กล่าวว่า ได้ขอแรงเพื่อนบ้านมาช่วยถอนต้นกล้าในที่นา เพื่อนำไปปลูกแปลงใหม่ หวังจะให้ต้นกล้ามีชีวิตรอดมาได้บ้าง เพราะปัญหาจากระบบการส่งน้ำจากคลอง ชลประทาน มูลค่า 20ล้านบาท ที่พึ่งก่อสร้างเสร็จไม่นาน ไม่สามารถส่งน้ำมาถึงพื้นที่ปลายทางได้ ทำให้ต้นกล้าที่กำลังเกิดขึ้นต้องขาดแคลนน้ำ และกำลังแห้งตายทั้งที่ชาวบ้านยอมจ่ายค่าน้ำในราคาไร่ละ300 บาท

ขณะที่นายคาน สละประทุม อายุ 58 ปี บ้านเลขที่38 ม.2 บ้านหนองใหญ่ ต.หนองหลวง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ กล่าวเสริมว่า ระบบคลองส่งน้ำไม่สามารถส่งมาถึงปลายทางได้ เพราะสภาพคลองส่งน้ำอยู่ต่ำกว่าพื้นที่นาและไม่ได้สร้างตามมาตรฐานตามแบบแผน ระบบคลองบางแห่งเกิดการชำรุดมีการซ่อมแซมเป็นแห่ง ๆ ส่วนในที่นาปลายน้ำ ชาวนาหลายคนต้องลงทุนขุดคันดินและซื้อท่อพีวีซีมาต่อระบบน้ำแต่ก็ยังไม่ สามารถนำน้ำเข้าสู่ที่นาได้

ทั้งนี้ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมระบบน้ำปิดกั้นระบบน้ำ อยู่ช่วงกลาง เพราะหากปล่อยน้ำมาถึงปลายทางจะทำให้ระบบคลองช่วงต้นและกลางน้ำพังทลาย ทำให้ระบบน้ำมาไม่ถึงพวกตน ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอวิงวอน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และศูนย์ดำรงธรรม ได้ลงมาตรวจสอบการก่อสร้างตามโครงการนี้ด้วยซึ่งประชาชนผู้เดือดร้อน พร้อมที่จะความร่วมมือในการตรวจสอบเป็นอย่างดี

image by: _Marion

comments

แหล่ง แนวหน้า