“สนาม ช้างอารีนา” ส่องประวัติรังเหย้าทีมปราสาทสายฟ้า

128

สนามแข่งขันของ “ปราสาทสายฟ้า” ที่ผ่านมานั้น แฟนบอลจะรู้จักกันในหลายชื่อ ทั้ง ไอ-โมบาย สเตเดียม, บุรีรัมย์ สเตเดียม หรือ ธันเดอร์คาสเซิล สเตเดียม ชื่อที่ใช้ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ก่อนที่ล่าสุดจะกลายมาเป็น ช้างอารีนา ในปัจจุบัน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

โดยฟลอหญ้าแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าสวยงาม และเป็น “ฟุตบอลสเตเดียม” แห่งแรกของไทย ที่มีมาตรฐาน และได้รับการรับรองจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี)

สนามแห่งนี้ เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2555 ปัจจุบันมีความจุอยู่ที่ 32,600 ที่นั่ง สร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน) โดยโครงสร้างประกอบด้วยเหล็ก และไฟเบอร์ ซึ่งขนาดน้ำหนักนั้นของโครงสร้างสนามเท่ากันกับ หินที่ใช้สร้างปราสาทหินพนมรุ้ง แหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมสมัยขอมโบราณ ของจังหวัด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

จนกลายเป็นสนามที่ถูกพูดถึง เมื่อกลายเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานในระดับสากล แห่งแรกในประเทศไทย ที่ไม่มีลู่วิ่งมาคั่น ที่สำคัญสนามแห่งนี้ ผ่านมาตรฐานฟีฟ่า ระดับเวิลด์คลาส และเอเอฟซี ระดับเอคลาส สเตเดียม ที่เด็ดไปกว่านั้น สนามยังโด่งดังไปทั่วโลก เมื่อถูกบันทึกกินเนสบุ๊ค ว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่า ที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน ปัจจุบันสนามแห่งนี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กของคนที่เดินทางมายังจังหวัดบุรีรัมย์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในวันที่ไม่มีแมตช์การแข่งขัน บริเวณพื้นที่ของ ช้างอารีนา ก็เต็มไปด้วยพื้นที่กิจกรรมเล่นกีฬาของชาวบุรีรัมย์ มีทั้งสนามบาสเกตบอล, สนามฟุตซอล, สนามตะกร้อ, สนามวอลเลย์บอล รวมไปถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีม อีกด้วย

นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมราคากว่า 500 ล้านบาท แลนด์มาร์กใหม่ของคนบุรีรัมย์แห่งนี้ ยังเปิดให้แฟนบอล และประชาชนทั่วไป เข้าชมทุกซอกมุมภายในสนาม เฉกเช่นเดียวกับสเตเดียมทัวร์ ของทีมใหญ่ๆ ทั่วโลก เพียงแต่ว่าที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้ ช้างอารีนา มีคนมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย

ในภายหน้า ปราสาทสายฟ้า ก็เตรียมที่จะจัดทำมิวเซียม หรือ พิพิธภัณฑ์ของสโมสร เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล ให้แฟนบอลได้เข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ของสโมสรในอนาคตอีกด้วย

ทิ้งคำตอบไว้