แต้มเดียวถึงแชมป์! บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ท้ายเกมไทยลีก

แต้มเดียวแชมป์

ผลฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2017
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560
สุพรรณบุรี เอฟซี 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
สนาม : กีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

ประตู : 0-1 ดิโอโก หลุยส์ ซานโต น.90+7

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2017 เลกที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560 “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง ยกทัพออกไปเยือนสนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ของ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับที่ 11 ของตารางคะแนน

เริ่มเกมครึ่งเวลาแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเขี่ยบอลเล่นก่อนบุกจากซ้ายไปขวา ส่วน สุพรรณบุรี เอฟซี บุกจากขวาไปซ้ายของสนาม

นาทีที่ 13 ปราสาทสายฟ้า มาได้เสียวเมื่อ แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ ได้บอลทางซ้ายก่อนจะกระชากเข้าเขตโทษ พยายามจะเปิดเข้ากลางประตู ทว่าบอลแรง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต เข้าชาร์จไม่ถึง

จากนั้น 2 นาที ปราสาทสายฟ้า มาได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ กรกช วิริยอุดมศิริ ได้บอลตรงกึ่งกลางสนามก่อนจะแตะมาถึงหน้าเขตโทษตะบันด้วยซ้ายข้างถนัดบอลติดบล็อกผู้เล่นเจ้าถิ่น

นาทีที่ 19 ปราสาทสายฟ้า มาได้ฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้น ดิโอโก หลุยส์ ซานโต สืบเท้าเข้าไปกดด้วยขวาข้างถนัดบอลพุ่งข้ามกำแพงตรงกรอบ ทว่า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล พุ่งรับบอลไว้ได้ก่อนบอลจะเสียบเสา

นาทีที่ 31 รัตนากร ใหม่คามิ ได้บอลตรงกลางสนามก่อนจะลากขึ้นหน้าแล้วตัดสินใจสับไกหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปแบบได้ลุ้นเล็กๆ

เวลาที่เหลือทั้ง 2 ทีม พยายามเปิดเกมเข้าใส่กัน แต่ทว่าไม่มีโอกาสที่จะได้ลุ้นประตูจังๆ ทำให้ จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเสมอ สุพรรณบุรี เอฟซี อยู่ที่สกอร์ 0-0

กลับมาสู้กันครึ่งหลัง นาทีที่ 53 สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ฟรีคิกระยะอันตราย ชาคริต บัวทอง เปิดเข้าไปในเขตทา อันเดรส ตูเญซ โขกสกัดไว้ได้ทันก่อนที่ผู้เล่นเจ้าถิ่นจะโถมตัวขึ้นโหม่ง

นาทีที่ 60 สุพรรณบุรี เอฟซี ต้องมาเหลือผู้เล่นน้อยกว่าเมื่อ วสันต์ ฮมแสน ไปตัดเกมใส่ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่กำลังวิ่งหลุดเดี่ยวหวังจะทำประตู

จังหวะต่อเนื่อง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต เดินเข้าไปปั่นฟรีคิกข้ามกำแพง ก่อนที่บอลจะโค้งเหินข้ามคานออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นเท่าไหร่

นาทีที่ 72 สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้บอลตรงกึ่งกลางสนามก่อนจะจ่ายให้ จักรพันธ์ แก้วพรม ไหลต่อให้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้ปั่นโค้งด้วยเท้าขวาในกรอบเขตโทษ ทว่า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล บินรับบอลไว้ได้อยู่มือ

นาทีที่ 75 ปราสาทสายฟ้า เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำเมื่อมาได้ฟรีคิกระยะหวังผลหน้ากรอบเขตโทษด้านขวา แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ ได้เดินไปปั่นด้วยเท้าซ้ายบอลข้ามกำแพงเฉี่ยวคานออกหลังไปนิดเดียว

นาทีที่ 79 ปราสาทสายฟ้า มาได้ฟรีคิกระยะอันตรายอีกครั้งหน้าเขตโทษ แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ โดดข้ามบอล ดิโอโก หลุยส์ ซานโต วิ่งไปซัดด้วยขวาบอลติดกำแพงอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 80 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้โขกลูกเปิดของเพื่อนร่วมทีมบอลเข้ากรอบ ทว่า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล พุ่งปัดบอลไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ทำให้สกอร์ยังเสมอกัน 0-0

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 3 ปราสาทสายฟ้า ก็มาได้จุดโทษ เมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต โดนรวบล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าเป็นจุดโทษ แต่กว่าจะได้ยิงจุดโทษต้องรอถึง 3 นาที

นาทีที่ 90+7 ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารไม่พลาด ส่งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

จากนั้น สุพรรณบุรี เอฟซี มาได้เล่นเพลย์สุดท้าย แต่ทว่าก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ ทำให้จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ไปได้ 1-0 คว้า 3 คะแนนสำคัญไปครอง และต้องการอีกเพียง 1 คะแนน จาก 3 เกมที่เหลือ ก็จะคว้าแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 5 ไปครองเป็นทีมแรกของประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม
สุพรรณบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (ผู้รักษาประตู), วสันต์ ฮมแสน, มาร์เซโล ซาเวียร์, เมโล บาติสต้า, นพพล ปิตะฝ่าย, อนาวิน จูจีน (เอกลาภ หาญพานิชกิจ น.84), ทินกร อสุรินทร์ (ชาคริต บัวทอง น.44), อดุล หละโสะ, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา (ณภัทร ธำรงศุภกร น.66), ชนานันท์ ป้อมบุบผา, นิโคลาส เวเลซ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ผู้รักษาประตู), พรรษา เหมวิบูลย์, อันเดรส ตูเญซ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง (ศศลักษณ์ ไหประโคน น.74), กรกช วิริยอุดมศิริ (อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ น.56), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, รัตนากร ใหม่คามิ, โก ซุลกิ (สุเชาว์ นุชนุ่ม น.9), จักรพันธ์ แก้วพรม (C), ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ

ทิ้งคำตอบไว้