“บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประกาศยกระดับมาตรฐานเพื่อก้าวสู่ บรอนซ์เลเบิลในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์แบ่งการแข่งขันเป็น 2 วัน เพิ่มจำนวนนักวิ่ง 3 หมื่นคน

0 1,909

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าว “บุรีรัมย์มาราธอน 2020 พรีเซ็นเต็ดบายช้างว่า “ผมและทีมงานพยายามที่จะยกระดับไปสู่ระดับโลกให้ได้ มั่นใจว่าในปีนี้ บุรีรัมย์มาราธอน จะก้าวเข้าสู่การเป็น เวิลด์ สแตนดาร์ด โดยเก็บเกี่ยวสิ่งที่เกิดขึ้นใน 3 ปีที่ผ่านมา ปรับให้ดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิม เพื่อก้าวสู่มาตรฐานโลกบรอนซ์เลเบิลในเดือนตุลาคม โดยการแข่งขันปีนี้แยกออกเป็น 2 วัน คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แยกฟันรัน ออกมาจัดวิ่งเดี่ยวๆ ในรูปแบบ ไนท์รัน คือวิ่งในตอนหัวค่ำในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ส่วนวันที่9 กุมภาพันธ์ จะเป็นการวิ่งมินิมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอนและฟูลมาราธอน โดยการแยกเป็น 2 วัน จะทำให้เรารับสมัครนักวิ่งได้มากขึ้น เพราะเราทราบปัญหาดีว่า มีนักวิ่งจำนวนมากอยากลงสมัครวิ่ง มินิมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอน และ ฟูล มาราธอน ซึ่งในปีนี้เราจำกัดจำนวนนักวิ่งไว้ที่ไม่เกิน 30,000 คน เพื่อให้มีการดูแลที่ทั่วถึง และปรับจุดเข้าเส้นชัยใหม่ โดยในปีนี้จะออกสตาร์ทจากสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต สนามแข่งรถระดับโลกสังเวียนเดียวกับโมโตจีพี โดยเปลี่ยนเส้นชัยสัมผัสความยิ่งใหญ่ของสนามฟุตบอลช้างอารีนา”

ทั้งนี้ นายเนวิน กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปีที่ผ่านมา จะได้รับการปรับปรุงให้มีความสะดวกสบายสำหรับนักวิ่งมากขึ้น โดยรับฟังทุกปัญหาจากนักวิ่ง นับตั้งแต่การรับบิบที่รวดเร็วมากขึ้น แก้ปัญหาความแออัด และความล่าช้าให้หมดไป ส่วนพื้นที่จัดอาหารจะแบ่งโซนให้ชัดเจนของแต่ละประเภทการวิ่งทั้งของมินิ มาราธอนฮาล์ฟมาราธอน และฟูลมาราธอน โดยจะมีการจัดบุรีรัมย์พาวิลเลียน ไม่แจกอาหารกล่อง แต่จะเปลี่ยนเป็นโซนอาหารชนิดต่างๆ เป็นอาหารพื้นบ้าน ของอร่อยจากท้องถิ่นไว้บริการทุกๆ คน ปีนี้จะมีแคมเปญบุรีรัมย์ชวนชิมไว้บริการ 

“ส่วนที่ใช้สำหรับรับประทานอาหารนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อนและไม่เคยยอมให้ใครนำอาหารหรือแม้กระทั่งขวดน้ำมาดื่มบนสเตเดียมแต่ในครั้งนี้เราจะเปิดสนามฟุตบอลให้นักวิ่งได้ขึ้นไปนั่งทานอาหารและชมวิวสนามเพื่อผ่อนคลายหลังวิ่งเสร็จ”

นอกจากนี้จะมีการเพิ่มจุดบริการน้ำดื่มให้มากขึ้นเพื่อให้เพียงพอสำหรับนักวิ่งในทุกๆระยะ โดยจุดต่างๆ ที่สามารถเติมได้และไม่ขัดกับกฎของเวิลด์มาราธอน ก็จะเพิ่มเติมเข้าไปให้เพียงพอมากที่สุด รวมถึงน้ำแข็งก็จะไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้นักวิ่งจะมีน้ำเย็นดื่มดับกระหายในทุกจุด ขณะเดียวกันจะเพิ่มโซนที่เป็นอุโมงค์ม่านน้ำ เพื่อคลายร้อนกรณีที่อุณหภูมิสูงเกินไป หากนักวิ่งต้องการปรับอุณหภูมิร่างกายก็สามารถวิ่งผ่านอุโมงค์ม่านน้ำได้เลยแต่จะเลือกไม่วิ่งผ่านก็ได้”

นายเนวิน กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมหวังจะได้เจอนักวิ่งทุกๆ คน ในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์นี้ เจอกันนะครับ สิ่งต่างๆ ที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น เรามีเป้าหมายเดียวคือจะทำให้บุรีรัมย์มาราธอนเป็นสวรรค์ของนักวิ่งอย่างแท้จริง”

comments