บุรีรัมย์-ชาวนา”ขอโทษ”ที่ตากข้าวบนถนน ลั่นจะแฉทำไม อายเขา !

0 514
ภาพจาก Facebook : Jenjira Srangchat

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ้กชื่อ Jenjira Srangchat ได้โพสต์รูปภาพเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา ข้อความว่า

“ว่าด้วยเรื่องตากข้าว หลายคนอาจจะผ่านเส้นนี้
และใช้ถนนเส้นนี้ เวลาจะเข้าเมือง หรือไปเดินตลาดคลองถม ในวันศุกร์ และมาเจอแบบนี้ ก็คงจะหงุดหงิด ในความ ไม่มีมารยาท และเห็นแก่ตัวของคนบางคน แต่อาจไม่กล้าพูดอะไร เห็นตั้งแต่วันศุกร์แล้ว กับการปิดถนน ตากข้าว
ฝั่งที่เห็นคือใช้ แบริเอ้อพลาสติกมาบังปิด และฝั่งที่ลงจากถนนใหญา ใช้ กิ่งไม้ไผ่หรืออะไรนี่แหละบังไว้ทั้งเลนส์ เพื่อไม่ให้คนลงได้ เส้นนี้เขาจะใช้วิธีนี้ เพื่อตากข้าวประจำ(เส้นท้ายบ้านหมู่1 ) ถามว่า มันเป็นการเห็นแก่ตัว และเสียมารยาท ไหม ตอบเลยว่ามาก ทั้งๆที่ลานกิจกรรมของหมู่1 ก็ว่าง คุณไม่ไปตาก แต่คุณเลือกที่จะปิดถนนตาก
ไม่เข้าใจเหมือนกัน บอกเลยว่า หมู่3 ไม่มีนะแบบนี้ ต่อให้บ้านอยู่ในซอยแค่ไหน เขาก็สู้ขนออกมาตากที่ลาน ที่เขาตากกัน เห็นแล้วเพลียจิต หงึดหลาย ทำไปได้”

ทีมข่าว Amarin TV ได้ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ หมู่บ้าน ม.1 ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ บริเวณถนนคอนกรีต ไม่พบว่ามีการตากข้าวเปลือกบนถนน แต่พบว่า ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาตากไว้ที่บริเวณลานปูนของศูนย์ข้อมูลหมู่บ้านแทน ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านในหมู่บ้านทราบว่า ก่อนหน้านี้ลานปูนศูนย์ข้อมูลหมู่บ้านมีงานกฐิน จึงนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนคอนกรีต และใช้แท่งแบริเออร์ปิดกั้นถนน แต่ตากแค่ 2 วันเท่านั้น และไม่ได้ตากเป็นประจำ

นางเทียน ประเสริฐศรี ผู้ตากข้าวเปลือกบนถนน  ยอมรับว่า ตนเป็นผู้นำข้าวเปลือกไปตากบนถนนคอนกรีต เนื่องจากช่วงนั้นมีฝนตก ประกอบกับศูนย์ข้อมูลหมู่บ้าน ซึ่งเปิดให้ชาวนานำข้าวไปตากมีการจัดงานกฐิน ตนจึงจำเป็นต้องนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนคอนกรีตเลนเดียว สาเหตุที่ใช้แท่งแบริเออร์ปิดกั้นถนนนั้น เป็นเพราะกลัวว่าคนขับรถผ่านจะมองไม่เห็นข้าวที่ตากไว้แล้วเหยียบข้าวจนได้รับความเสียหาย เพราะช่วงนี้ราคาข้าวเปลือกกำลังดี และเห็นว่ายังมีถนนอีก 4 – 5 เส้นทางซึ่งอยู่ไม่ห่างกันที่สามารถใช้สัญจรแทนได้ จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบ ประกอบกับเคยตากแล้วแต่ไม่เคยมีปัญหา

นางเทียน กล่าวอีกว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนรู้สึกเสียใจและขอโทษผู้ที่ใช้ถนนสัญจรด้วย แต่ก็อยากจะวิงวอนขอความเห็นใจแก่ชาวนาด้วย เพราะเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่ก็จะเก็บเกี่ยวพร้อมกัน และก่อนจะนำไปขาย หรือเก็บใส่ยุ้งก็ต้องตากให้แห้งก่อน นอกจากนี้ ตนมองว่าคนที่โพสต์ก็ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ผู้ใหญ่บ้านเดือดร้อนไปด้วย ที่ต้องคอยแก้ไขปัญหา ตนคิดว่าควรจะคุยกันก่อน เพราะโพสต์บนโลกออนไลน์แบบนั้น ทำให้รู้สึกอับอาย

ด้าน นายเชื่อม เกรัมย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ในฐานะผู้นำชุมชนก็เห็นใจทั้งชาวนาและคนใช้รถใช้ถนน หลังจากนี้จะหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นก็จะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวในหมู่บ้านก่อนล่วงหน้า ต่อไปถ้าเกิดว่าชาวบ้านอยากจะตากข้าวก็จะต้องตากแค่ครึ่งทางและเหลือทางไว้ให้รถสามารถสัญจรไป-มาได้ด้วย อยากฝากไปถึงลูกบ้านที่โพสต์ข้อความว่า ขอให้ช่วยกันเห็นใจซึ่งกันและกัน มีอะไรก็ควรจะคุยกันได้อย่างน้อยก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูลข่าวบางส่วนจาก : T News / Amarin TV

comments