ผู้ว่าฯบุรีรัมย์สั่งสอบปมฉีดวัคซีนเข็ม3ให้จนท.ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์

0 163

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงประเด็นกระแสข่าวฉีดวัคซีนเข็ม3ให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ไม่ใช่บุคลากรการแพทย์

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 64 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีกระแสข่าวการฉีดวัคซีนเข็มที่3 ในพื้นที่ของอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่บริการด่านหน้าอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์โดยตรง โดยคำสั่งของผู้ว่าฯมีเนื้อหาดังนี้

ด้วยปรากฏข้อมูลตามสื่อโซเชียล สังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) กรณีว่ามีกระแสข่าวการฉีดวัคซีนในพื้นที่ของอำเภอบ้านใหม่ไชยพจนั จังหวัดบุรีรัมย์ ให้กับเจ้าหน้าที่ให้บริการด่านหน้าอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์โดยตรง ในการฝ้าระวังป้องกันควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ก่อให้เกิด กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนของหน่วยงานภาครัฐ

จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเรียนว่าได้ดำเนินการออกคำสั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ ๕๔๑๗ /๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว ผลการสอบข้อเท็จจริงเป็นประการใดจักรายงานให้ทราบต่อไป

ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์ ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุด ให้ ผกก.สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวดังนี้

ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ กรณีข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ได้รับการฉีดวัคชีนกระตุ้นภูมิเข็มที่ ๓ ยี่ห้อ Astrazeneca กับสาธารณสุขอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์จำนวน ๑๑ นาย นั้น

กรณีดังกล่าว มีกระแสสื่อออนไลน์สอบถามและกล่าวถึง ความจำเป็นเร่งด่วนหรือความเสี่ยง ในการฉีดวัคซีนเข็ม ๓ ในลักษณะไม่เป็นไปตามนโยบายภาครัฐ จึงให้ท่านรายงานชี้แจง กรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงหรือเหตุผลความจำเป็น แล้วรายงาน ให้ ภ.จว.บุรีรัมย์ ทราบ

ด้าน สํานักงานสาธารณสุขบุรีรัมย์ ชี้แจงว่า ตำรวจที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ถือเป็นเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ต้องรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เรียน ทุกท่านทราบ เนื่องจาก เจ้าหน้าตำรวจทั้ง 11 นาย ได้รับคำสั่งให้มีหน้าที่รับส่งผู้ป่วยโควิค กลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด ชึ่งอาจจะต้องเสี่ยงสัมผัสกับผู้ป่วยโควิค ในการรับส่ง ชึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง จึงได้รับวัคซีนอีกเพื่อเป็นเกราะคุ้มกันครับ จึงเรียนมาเพื่อทราบ”