เสื้อกันหนาวมือสอง แหล่งสะสมโรค อาจทำให้แพ้รุนแรง แนะวิธีเลือกซื้ออย่างปลอดภัย

0 78

ช่วงนี้สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ระหว่างวันที่ 15 – 20 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนเริ่มพากันหาซื้อเสื้อ และผ้าห่มกันหนาวมือสอง สำหรับคลายหนาวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีราคาถูก ประหยัดกว่าซื้อของใหม่ เพราะมีราคาแพง แถมใช้ไม่นานก็ต้องพับเก็บ เพราะความหนาวอยู่กับประเทศไทยไม่นานนัก ทำให้ช่วงนี้ตลาดเสื้อกันหนาวมือ 2 กลับมาคึกคักอีกครั้ง

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงหน้าหนาวประชาชนส่วนใหญ่นิยมหาซื้อเสื้อกันหนาวมือสองตามตลาดนัดทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด เนื่องจากราคาถูก รูปแบบทันสมัย โดยบางส่วนนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการใช้แล้ว รวมถึงจากการรับบริจาค สอดคล้องกับข้อมูลของกรมศุลกากรที่พบว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2563 มีปริมาณการนำเข้าเสื้อผ้าและของอื่นๆ ที่ใช้แล้ว จำนวนถึง 54,512 ตัน

ดังนั้น จึงต้องใส่ใจเรื่องการเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสองเป็นพิเศษ โดยควรเลือกซื้อจากร้านที่สะอาดปลอดภัย ไม่วางเสื้อผ้ากองกับพื้น ไม่แขวนเสื้อผ้าติดกันจนแน่น ขณะเลือกซื้อควรสวมหน้ากากปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันการสูดฝุ่นละอองที่มากับเสื้อผ้า เลือกเสื้อผ้าที่มีสภาพดี ตรวจสอบรอยด่างดำ รอยคราบสารคัดหลั่ง รวมไปถึงไม่มีกลิ่นอับชื้น หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์ ขนสัตว์ ประเภทขนฟู เนื่องจากทำความสะอาดยาก อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้

นอกจากนี้ เสื้อผ้าที่ไม่ผ่านการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี อาจทำให้ผู้ซื้อเสี่ยงต่อการเกิดโรคกลาก เกลื้อน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผื่นแดง มีขุยรอบๆ และมีอาการคัน ทำให้เป็นผื่นแพ้ และติดเชื้อ หรืออาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ทั้งที่เกิดจากฝุ่นใยผ้าและฝุ่นที่ติดตามกระสอบบรรจุระหว่างการขนส่ง หรือจากการแพ้น้ำยารีดผ้าเรียบที่ใช้รีดก่อนจำหน่าย ซึ่งจะใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูง ทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว อาจเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งอาจเกิดโรคผิวหนังจากพาหะนำโรคที่ชอบอาศัยอยู่ในใยผ้าที่สกปรก ได้แก่ เห็บ หมัด และโลน เมื่อสัมผัสผิวหนังจะดูดเลือดทำให้เกิดอาการแพ้เป็นผื่นคัน ตุ่มแดงนูน และหากเกาจะเกิดเป็นแผลติดเชื้อได้

เตือน 3 โรค ที่อาจติดมากับ “เสื้อกันหนาวมือสอง”

1. โรคกลากเกลื้อนจากเชื้อรา ที่เจริญเติบโตอยู่ในเสื้อผ้าในสภาพอากาศร้อน อับชื้น หากไม่ซักทำความสะอาดก่อนสวมใส่ จะทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง กลายเป็นผื่นแพ้และคัน

2. โรคภูมิแพ้ ซึ่งเกิดได้หลายกรณี ทั้งจากฝุ่นใยผ้า และฝุ่นที่ติดตามกระสอบบรรจุระหว่างการขนส่ง หรือจากการแพ้น้ำยารีดผ้าเรียบที่ใช้รีดก่อนจำหน่าย ซึ่งจะใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูง อาจระคายเคืองผิวหนังได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว อาจเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น

3. โรคผิวหนัง จากพาหะนำโรคที่ชอบอาศัยอยู่ในใยผ้าที่สกปรก ได้แก่ ตัวไร ตัวเรือด เห็บ หมัด และโลน เมื่อสัมผัสผิวหนังจะดูดเลือด ทำให้เกิดอาการแพ้เป็นผื่นแดง คัน และเกาจนเกิดเป็นแผลติดเชื้อได้

ทั้งนี้ ก่อนนำมาใช้ให้ทำความสะอาดโดยแยกเสื้อกันหนาวมือสองออกจากเสื้อผ้าปกติและทำความสะอาด ด้วย 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1 : ซักด้วยผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้าตามปกติ แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดนาน 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

วิธีที่ 2 : แช่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่สามารถหาได้ในครัวเรือน ได้แก่ น้ำยาซักผ้าขาวที่มีส่วนผสมโซเดียมไฮโปคลอไรด์ โดยเติม 1 ฝา ต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ผ้าไว้นาน 5-15 นาที หรือใช้น้ำส้มสายชู 2-3 ถ้วยตวง ต่อน้ำ 1-2 ลิตร แช่ผ้าไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง แล้วซักตามปกติ จากนั้นนำไปตากแดดจัด หรือตากในที่ที่มีอากาศถ่ายเทจนแห้ง แล้วนำมารีดทั้งข้างในและข้างนอกตัวเสื้อ

อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีทำความสะอาดเสื้อกันหนาวมือสอง ต้องคำนึงถึงประเภทของเสื้อผ้าด้วย เพราะบางประเภทไม่เหมาะกับการต้ม อาจทำให้เสื้อผ้าชนิดนั้นชำรุดได้ และหากมีอาการคันหลังใช้เสื้อกันหนาวมือสอง ไม่ควรแคะ แกะ เกา หรือปล่อยไว้จนลุกลาม ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธีต่อไป.

ผู้เขียน : กนก โฆษกสุขภาพ
กราฟิก : phantira thongcherd
Thairath

comments