หลานทรพีหลอนยา คว้ามีดกะซวกตาดับสลด ยิ้มร่าสารภาพ “อยากแทงเฉยๆ”

0 158

หนุ่ม 21 หลอนยา คว้ามีดกะซวกตา 3 แผลดับสลด ยิ้มแย้มร่าเริง-สารภาพ “แค่อยากแทงตาขึ้นมาเฉยๆ” ยอมรับก่อนก่อเหตุเสพยาบ้า 1 เม็ด ด้านแม่ผู้ก่อเหตุ บอกเสียใจ-ยอมรับรู้ลูกติดยา วางแผนพาไปบำบัด แต่มาก่อเหตุขึ้นก่อน 

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 24 พ.ย.64 ร.ต.อ.อภิทักษ์ ยันทรักษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก รับแจ้งคนถูกแทง อาการสาหัส เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 17 ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยวังกรูด

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้าน พบรอยเลือดอยู่บนพื้นดินและรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นายอำคา ปะติกานัง อายุ 69 ปี เจ้าของบ้าน ถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบสภาพศพ พบมีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอกซ้าย ซี่โครงขวา และหน้าท้องขวา รวม 3 แผล ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายชยพล ปะติกานัง อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของผู้ตาย อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้ที่โรงพยาบาล ขณะไปดูอาการของผู้ตาย จึงควบคุมตัวกลับไปสอบสวน ที่ สภ.สตึก พร้อมของกลางเป็นมีดปอกผลไม้ หัก 2 ท่อน 1 เล่ม 

จากการสอบสวน นายชยพล ถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ เจ้าตัวให้การว่า “ไม่รู้เพราะอะไร รู้เพียงว่าอยากแทงเฉยๆ” และยอมรับว่า “เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันก่อนเกิดเหตุ ได้เสพยาบ้าไป 1 เม็ด” ทั้งนี้ ระหว่างการสอบสวน นายชยพล มีอาการร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน 

นายชยพล ให้การต่อว่า ก่อนเกิดเหตุ เห็นตานั่งบนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่หน้าบ้าน ตนได้นั่งคุยกับตาตามปกติ จู่ๆ ก็คิดอยากแทงตาขึ้นมา จึงคว้ามีดที่วางอยู่ในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง แทงตา 3 ครั้ง แล้วอุ้มตาลงจากรถเอามาวางไว้หน้าบ้าน ก่อนจะตามแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ในบ้านมาดู และบอกให้พาตาไปส่งโรงพยาบาล 

ด้าน นางกชพร ฮอร์น อายุ 42 ปี แม่ของ นายชยพล (ผู้ก่อเหตุ) เล่าว่า ที่ผ่านมาเห็นพฤติกรรมลูกมาตลอด ชอบเสพยาบ้า ได้วางแผนจะเอาลูกไปบำบัด แต่ยังไม่ทันจะเอาไป ก็มาก่อเหตุขึ้นก่อน ยอมรับเสียใจเพราะได้เตรียมจัดงานวันเกิดให้พ่อ ครบรอบ 69 ปี ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ แต่มาเสียชีวิตก่อน หลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อหากับ นายชยพล “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และเสพยาเสพติดประเภท 1 เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา : ไทยรัฐ
ภาพ : Sanook News