ศึกชิงถ้วย ก.ปี 58 บุรีรัมย์ฯ VS บางกอกกล๊าส

0 438

สำหรับการฟาดแข้งชิงถ้วย ก. ในปีนี้ จะเป็นการพบกันระหว่างแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ปี 2557 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับแชมป์ฟุตบอล เอฟเอคัพ ปี 2557 สโมสรบางกอกกล๊าส ในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ที่สนามศุภชลาศัย เวลา 18.00 น. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดให้แฟนบอลทางบ้านได้ชมทางช่อง 9 อีกด้วย

กลายเป็นประเพณีปฏิบัติไปแล้วสำหรับการชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. โดยจะเอาแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก กับแชมป์ฟุตบอล เอฟเอคัพ มาเตะกันเพียงนัดเดียวเพื่อหาทีมครองถ้วยพระราชทานประเภท ก. ซึ่งจะฟาดแข้งกันก่อนที่จะมีการเปิดฤดูกาลการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ หรือไทยพรีเมียร์ลีกนั่นเอง

สำหรับการฟาดแข้งชิงถ้วย ก. ในปีนี้ จะเป็นการพบกันระหว่างแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ปี 2557 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับแชมป์ฟุตบอล เอฟเอคัพ ปี 2557 สโมสรบางกอกกล๊าส ในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ที่สนามศุภชลาศัย เวลา 18.00 น. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดให้แฟนบอลทางบ้านได้ชมทางช่อง 9 อีกด้วย

ทีมที่จะได้ครองถ้วยพระราชทานประเภท ก. จากนี้ไปถือว่ายิ่งใหญ่เพราะทีมที่จะมีโอกาสแบบนี้ได้ต้องมีแชมป์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก หรือแชมป์เอฟเอคัพ ถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปชิงถ้วย ก.ใบนี้ ซึ่งเป็นถ้วยแชมป์เก่าแก่ของเมืองไทย ที่ทุกสโมสรต่างต้องการจารึกชื่อเอาไว้ว่าได้ครองแชมป์มาแล้วทั้งสิ้น เมื่อเป็นแบบนี้ทำให้เกมการชิงถ้วย ก. จึงเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของสโมสรที่ลงฟาดแข้ง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ถ้วย ก.ไปครองมาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน ในปี 2556 และล่าสุด ปี 2557 ถือว่าเป็นแชมป์เก่าที่กลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้งหนึ่ง ส่วนสโมสรบางกอกกล๊าส หลังจากเปลี่ยนชื่อจากสโมสรธนาคารกรุงไทย ยังไม่เคยสัมผัสหรือแม้แต่เข้าชิงถ้วยใบนี้เลย

การโคจรมาเจอกันในครั้งนี้ แน่นอนว่าทั้งสองทีมต่างมุ่งมั่นและคาดหวังจะคว้าถ้วยกลับไประดับสโมสร เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้ถ้วยใบแรกในปีนี้ เอ่ยถึงสโมสรบุรีรัมย์แล้ว ในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงนักเตะในทีมค่อนข้างมาก ซึ่งมีการดึงตัวนักเตะเข้ามาสู่ทีมมากกว่า 13 ราย ทั้งนักเตะไทยและนักเตะต่างประเทศ โดยเฉพาะนักเตะต่างชาติฤดูกาลนี้ บุรีรัมย์ฯ เปลี่ยนใหม่เกือบหมด เหลือเพียงอันเดรส ตูเนซ คนเดียวเท่านั้น ส่วนฆาเบียร์ ปาติโญ นักเตะตัวเก่งของทีมที่มีข่าวออกมาว่ามีอาการบาดเจ็บ แต่กลับไปเปิดตัวร่วมทีมเหอหนาน เจียนยี สโมสรในศึกไชนิส ซูเปอร์ลีก แบบเซอร์ไพรส์ ขณะที่ดาบิด โรเชลา ก็ดูเหมือนจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมฤดูกาลนี้

ด้านขุนพลนักเตะไทยปีนี้ บุรีรัมย์ฯ ดึงเอานักเตะระดับดีกรีทีมชาติที่ประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ มาอย่างนฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม จากบีอีซี-เทโรศาสน และประกิต ดีพร้อม จากทีโอที เอสซี หรือจะเป็นนักเตะต่างชาติที่ซื้อมาใหม่ คือ เคน วินเซนต์, โก ซุลกิ รวมไปถึง 2 นักเตะบราซิลอย่างดิเอโก ซานโต และกิลแบร์โต มาเชนา

ส่วนทางบางกอกกล๊าส ในฤดูกาลนี้ถือว่าเปลี่ยนแปลงทีมค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะโค้ชใหญ่เปลี่ยนเอาริคาร์โด โรดริเกวซ โค้ชชาวสเปนเข้ามาคุมบังเหียนแทน “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่ไปศึกษาวิชาโค้ชเพิ่มเติม ขณะที่นักเตะดึงเอาเลอันโดร โอลิเวียรา กองหน้าแซมบ้ามาร่วมทีม และแมตต์ สมิธ ปราการหลังชาวจิงโจ้อดีตกัปตันทีมบริสเบน โรว์ ในเอลีก ด้านนักเตะไทยที่เด่นๆ มีณรงค์ จันเสวก เมื่อผสมกับนักเตะเก่าของทีมที่มีอยู่ อย่างดาร์โก ทาเชฟสกี, ลาซารัส คาอิมบี, พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ และชาตรี ฉิมทะเล ก็ถือว่าขุมกำลังไม่เป็นรองใครเหมือนกัน

การโคจรมาเจอกันในเกมนี้ของทั้งสองทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มุ่งมั่นเต็มที่หวังจะครองแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน ขณะที่บางกอกกล๊าส หวังจะเอาแชมป์สมัยแรก เปรียบเทียบความพร้อมแล้ว บุรีรัมย์ฯ ค่อนข้างเหนือกว่าเล็กน้อย อยู่ที่ว่านักเตะใหม่กับนักเตะเก่าจะเล่นเข้ากันได้ดีขนาดไหน หากเล่นแล้วรู้ใจกันโอกาสคว้าแชมป์มีมาก ส่วนบางกอกกล๊าส เปลี่ยนแปลงนักเตะน้อย ทำให้ความเข้าใจระบบการเล่นไม่ต้องปรับอะไรมาก เพียงแต่ว่ากุนซือชาวสเปนคนใหม่จะทำได้ดีขึ้นจากเดิมหรือเปล่าเท่านั้น

โอกาสที่ทั้ง 2 ทีมจะคว้าถ้วยกลับสโมสรใกล้เคียงกัน เนื่องจากเป็นเกมนัดเดียวย่อมเกิดอะไรขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ บุรีรัมย์ฯ ดูจะมีภาษีเหนือกว่าเล็กน้อย

ภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/groups/BuriramUTDfanclub/

comments