วันนี้ ‘สธ.’ ลุยดันไทยเป็นฮับผลิตยาจากกัญชาชั้น ‘เวิลด์ คลาส’ ช่วยดึงนักท่องเที่ยว

0 178

วันที่ 10 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมผู้เชี่ยวชาญกัญชาทางการแพทย์ระหว่างประเทศ และลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย จากนั้นปาฐกถาพิเศษ นโยบายและทิศทางการวิจัยกัญชาทางการแพทย์ ผ่านทางระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ (Teleconference) ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์

เวทีดังกล่าว เป็นการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ และนำเสนอผลงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ได้แก่ ร.อ.นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) มะเร็งอุดรธานี พญ.อาภาศรี ลุสวัสดิ์ สถาบันประสาทวิทยา พญ.ชนิศา เกียรติสุระยานนท์ สถาบันโรคผิวหนัง นอกจากนี้ จะมีการบรรยายพิเศษ การศึกษาวิจัยกัญชาทางการแพทย์ โดย Dr.Mara Bilibajkich แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชา ประเทศแคนาดา และ ร.อ.นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการ รพ. มะเร็งอุดรธานี ด้วย

 

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สธ.จะขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ไปจนถึงพัฒนาให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ

“สธ.เร่งเดินหน้านโยบายสำคัญโดยเฉพาะการให้ประเทศไทยเป็นฮับการแพทย์ และกัญชาทางการแพทย์ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติ ซึ่งไทยมีเป้าหมายว่าจะเป็นฐานการผลิตยาจากกัญชา และคุณภาพของสินค้า ต้องได้รับการยอมรับในระดับโลก ต้องเป็นเวิลด์ คลาส (World Class) นอกจากนั้น ยังหวังให้กัญชาทางการแพทย์ของไทย เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไปจนถึงช่วยแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนด้วย”นพ.สมศักดิ์กล่าว

 

อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า นับตั้งแต่ สธ.ขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ มั่นใจว่ามาถูกทาง เป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ ที่ผ่านมายอดการเข้าใช้บริการทางการแพทย์ แผนกัญชาทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการขออนุญาตนำกัญชาทางการแพทย์ไปใช้ในผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า สะท้อนถึงความตื่นตัวของภาคประชาชนที่มีต่อกัญชาทางการแพทย์ ที่สำคัญคือ ประเทศไทยมีศูนย์วิจัยกัญชาทางการแพทย์ระหว่างประเทศ (IMCRC) ที่ทําร่วมกับภาคเอกชน ภาครัฐ และกลุ่มแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านกัญชาทางการแพทย์

 

“จึงถึงเวลาที่จะต้องแสดงศักยภาพของประเทศไทยที่พร้อมเป็นแหล่งความรู้ด้านการวิจัย การสกัด และเป็นฐานในการผลิต พัฒนายาจากกัญชาระดับโลก ให้นานาชาติ ได้เห็นความพร้อมของไทย ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กัญชาทางการแพทย์ของประเทศไทย กลายเป็นจุดดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยว และนักลงทุนเข้ามาในประเทศไทย”นพ.สมศักดิ์กล่าว