ล็อกดาวน์แม่สอด

0 115

รองผู้ว่าฯตากยันยังไม่ประกาศ ”ล๊อกดาวน์แม่สอด” รอประเมินสถานการณ์วันต่อวัน รับเจ้าหน้าที่สธ.กำลังลงสแกนทุกพื้นที่ 2 เมียนมาไป ขอความร่วมมือกักคนใกล้ชิดอยู่บ้าน 14 วัน พร้อมหารือผู้ส่งออกด่านแม่สอดชะลอการส่งออก

วันที่ 11 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ท่ามกลางกระแสข่าวการประกาศ “ล็อกดาวน์” ปิดอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังจากมีการสุ่มตรวจพบชาวเมียนมา 2 คนเข้ามาในพื้นที่ อ.แม่สอด ติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 นั้น

นายศุภภิมิตร เปารัก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่ อ.แม่สอด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ตนกำลังลงตรวจพื้นที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด และขอยืนยันว่า จนถึงตอนนี้ทางจังหวัดตากยังไม่มีการประกาศล็อคดาวน์พื้นที่อำเภอแม่สอด

“เราได้ดำเนินการโดยมีทีมงานสาธารณสุขได้ลงไปในพื้นที่ อ.แม่สอด เพื่อสอบสวนโรคและคัดกรองบุคคลที่มีโอกาสไปสัมผัสใกล้ชิดกับชาวเมียนมา 2 คนนี้ และพื้นที่ที่ชาวเมียนมา 2 คนนี้ไป ไม่ได้มีการประกาศล็อคดาวน์ทั้งอำเภอ”

“หากใครไปสัมผัสใกล้ชิดก็ไปขอความร่วมมือให้กักตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ออกไปไหน โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ไปกำกับดูแลคัคกรองวัดไข้ให้อยู่แล้ว ระหว่างนี้ต้องรอ ยังบอกไม่ได้ว่ามีเชื้อหรือเปล่า ก็ต้องควบคุมจำกัดพื้นที่ให้อยู่บ้าน ส่วนคนข้างบ้านหากมีการไปสัมผัสกันคุยกันก็ทำลักษณะเช่นเดียวกัน โดยขอความร่วมมือให้กักตัวอยู่บ้านของตัวเอง 14 วัน” นายศุภภิมิตรกล่าวและว่า

ที่ผ่านมาจังหวัดได้ออกประกาศคำสั่งจังหวัดที่ 2661/2563 เรื่องระงับการเข้า-ออก ของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ ณ จุดผ่านแดนถาวรจังหวัดตาก โดยรถจากเมียนาไม่ให้เข้ามาพื้นที่ชั้นในอ.แม่สอด ให้จอดขนถ่ายสินค้าบริเวณพื้นที่ที่กำหนดบริเวณใกล้ด่านเท่านั้น และต้องกลับไปภายใน 7 ชม.ขณะที่คนขับไทยต้องวิ่งเข้าไปและกลับมาภายใน 7 ชม.เช่นกัน โดยมีบังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก 11 ตุลาคม

ทั้งนี้ได้มีการแจ้งให้ผู้ประกอบการรับทราบแล้ว รวมถึงประสานงานกับทางการเมียววดี ประเทศเมียนมาแล้ว

นายศุภภิมิตร กล่าวว่า ทีผ่านมาทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ขั้นตอนการดำเนินการของทางราชการ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่รถขนส่งสินค้าของเมียนมาที่เข้ามาพื้นที่ชั้นในของอ.แม่สอด ทางสาธารณสุขได้มีการไปสุ่มตรวจโควิด-19 จากตัวอย่าง 60 คน ตรวจพบ 2 คนมีเชื้อโควิด-19 ทางฝ่ายไทยรีบแจ้งให้ทางการเมียนมารับทราบ โดยคนเมียนมา 2 คนที่ตรวจพบไม่ได้พำนักในประเทศไทย เข้ามาส่งสินค้าและกลับไป ซึ่งทางการเมียนมาได้ให้ 2 คนนี้เข้าสู่สถานที่กักกันในประเทศเมียนมาแล้ว

ที่ผ่านมาขั้นตอนการขนส่งสินค้าคนขับรถขนาดเล็กชาวเมียนมาสามารถขนส่งสินค้าเข้ามาส่งโกดังในพื้นที่ชั้นในอ.แม่สอดได้ คนขับอาจจะลงมาเข้าห้องน้ำ ไปนอกพื้นที่บ้าง โดยวันหนึ่งมีรถผ่านเข้า-ออกอ.แม่สอดเฉลี่ยประมาณ 200-300 คัน พยายามกำกับควบคุมดูแล บางครั้งอาจเล็ดลอดไปบ้าง เทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิดวันหนึ่งเฉลี่ยมีรถผ่านด่าน 500 คันต่อวัน แต่พอเกิดสถานการณ์อย่างนี้เราต้องวางมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ไม่ให้เข้ามาแล้ว

ที่ผ่านมาทางหอการค้าจังหวัดตาก และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับทราบ แต่อาจจะมีผู้ประกอบการบางส่วนที่ยังไม่รับทราบข้อมูล อาจจะเกิดความสับสนบ้าง

“ภาพรวมวันนี้ผมเองยังอยู่ที่ด่านควบคุมรถผ่านเข้าออกไม่ให้เข้าในพื้นที่ชั้นใน ตั้งแต่ช่วงเช้าไม่มีรถของเมียนมาเข้าในพื้นที่ชั้นในของอ.แม่สอดแล้ว ในทางกลับกัน รถของเมียนมาที่มาแวะค้าง หรือมาจอดทิ้งไว้ที่ด่านแม่สอดชั้นใน ต้องถูกกันออกให้หมดภายในวันนี้ ซึ่งได้มอบหมายให้นายอำเภอดำเนินการ

ส่วนทางจังหวัดจะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นหรือไม่นั้นทางส่วนราชการต้องรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน แล้วมาประเมินสถานการณ์ พร้อมสอบถามทางฝ่ายสาธารณสุขว่า วันนี้สถานการณ์บ้านเราเป็นอย่างไร แนวโน้มจะเป็นอย่างไร กับมาตรการที่มีอยู่จะเพิ่มความเข้มข้นอย่างไรหรือไม่

ถ้าเราทราบสถานการณ์ทางฝ่ายเมียนมา ประกอบกับสถานการณ์ทางฝั่งไทยไม่สู้ดีนัก หากมีการขยายตัวไป ถึงวันนั้นเองทางคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดอาจมีมาตการปิดด่านไม่ให้มีการเข้าออกเลยก็ได้ ตอนนี้ต้องประเมินสถานการณ์แต่ละวัน

วันนี้ยังมีรถขนส่งของไทยออกไป คนขับรถก็กลัวเหมือนกัน ก็แจ้งคนขับไทยบอกพยายามอย่าลงจากรถ ไปส่งของที่โกดังต้องกลับเข้ามาภายในประเทศไทย 7 ชม.หลังจากนั้นต้องถูกตรวจคัดกรองโควิด-19 ทุกราย และในช่วงนี้คนขับไทยไม่ไปไหนก็เป็นการดี ให้พยายามกักตัวอยู่กับบ้าน

ส่วนที่ 2 พยายามคุยกับผู้ประกอบการด้วย สินค้าที่จำเป็นต้องไปส่งทางประเทศเมียนมา เช่น วัสดุก่อสร้าง สินค้าที่ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคให้ชะลอก่อนได้หรือไม่ ก็เจรจากับผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้กระทบผู้ผลิตฝั่งไทย และผู้ที่จะรอรับในเมียนมามาด้วย ต้องดูท่าที่ในเมียนมาด้วย

ขอยืนยันว่า ทางราชการได้เตรียมพร้อมนำมาตรการที่เข้มข้นมาปฏิบัติหากพบว่า สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก และผู้ประกอบการเองก็ติดตามสถานการณ์กัน หากสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก ก็ยินดีให้ทางการประกาศมาตรการที่เข้มข้นขึ้น

สิ่งที่ดำเนินการที่ด่านแม่สอด ต้องมีการพูดคุยกับทางเมียนมาด้วย โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเมียววดีว่า มาตรการที่ฝ่ายไทยดำเนินการมีความเห็นอย่างไร จะให้ปรับกันอย่างไร เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีจากทั้ง 2 ฝ่าย

comments