ยังไม่พอขาย! “ไข่มดแดงกระป๋อง” ของดีแห่งผืนป่า 3006 ไร่ จ.ยโสธร

53

ของป่าอย่าง “ไข่มดแดง” จะกลายเป็นของที่หารับประทานได้ง่ายขึ้น หลังชาวบ้านนำมาบรรจุกระป๋อง กับแบรนด์ที่ชื่อว่า “วนาทิพย์” ส่งขายทั่วไทย ทั้งขายเอง และผ่านโมเดิร์นเทรด รวมถึงส่งตามร้านอาหาร ก็แทบไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าแล้ว 

ทวีพงษ์ ปัญญาง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากของป่า ภายใต้แบรนด์ “วนาทิพย์” ขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์ดีเด่นของ จ.ยโสธร และรางวัลโอทอประดับ 5 ดาว เผยว่า จากโครงการดังกล่าวฯ ทำให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกในการักษาป่ามากขึ้น ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูล ดังนั้นพื้นที่ป่าจำนวน 3006 ไร่ ที่ชาวบ้านช่วยกันดูแล มาวันนี้กลายเป็นแหล่งของอาหารป่า ที่นอกจากจะเก็บหาเพื่อรับประทานแล้ว ยังกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้คนชุมชนอย่างยั่งยืน

สารพัดของป่าไม่ว่าจะเป็น ไข่มดแดง เห็ดผอบ (เห็ดเผาะ) เห็ดโคน แม่เป้ง และอื่นๆ อีกมากมาย กลายเป็นของป่าที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณโดยรอบป่าจำนวน 7 หมู่บ้าน รวมถึงสมาชิกในกลุ่มสหกรณ์ประมาณ 70 คน ได้รับปันผลจากสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้

“แต่เดิมชาวบ้านก็เข้าไปเก็บของป่ามาจำหน่ายตามปกติ แม่มักจะเจอปัญหาในช่วงที่วัตถุดิบออกมามากเกินไปจนล้นตลาด จึงคิดหาวิธีแปรรูป โดยได้นักวิชาการเข้ามาช่วยเหลือ ทำการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนออกมาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของกระป๋อง ที่ช่วยถนอมอาหาร และยังขนส่งสะดวก ทำให้สินค้าสามารถขยายตลาดไปได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ‘ไข่มดแดงกระป๋อง’ ที่ทางกลุ่มทำขึ้นเป็นแห่งแรกในไทย พร้อมตั้งชื่อว่า วนาทิพย์ สื่อถึงของดีที่อยู่ในป่า”


ปัจจุบันผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋อง ภายใต้แบรนด์ วนาทิพย์ ได้แก่ ไข่มดแดง เห็ดผอบ แม่เป้งคั่วเกลือ เห็ดโคน ที่ผู้บริโภคสามารถเปิดฝากระป๋องและรับประทานได้ทันที ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะออกตามฤดูกาล อย่าง ไข่มดแดง และแม่เป้ง จะมีมากในช่วงหน้าแล้ง ราคารับซื้ออยู่ที่ 300-600 บ./กก.โดยไข่มดแดง 1 กก. จะบรรจุลงกระป๋องได้ 7-8 กระป๋อง (ขนาด 30 กรัม) ราคาส่งอยู่ที่ 180-200 บ. เก็บได้นาน 18 เดือน มีจำหน่ายทั้งปี ส่วนบรรดาสารพัดเห็ด จะมีมากในช่วงหน้าฝน นำมาใส่ในน้ำเกลือ คั่วเกลือ ก็ทำให้อยู่ได้นานขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของป่าทั้งหมด มีประมาณ 1.1 ล้านบาท/ปี แม้กำไรจะไม่มาก แต่ก็ช่วยทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะผู้ที่เก็บของป่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแรงงานชาวบ้านในส่วนของการผลิต แปรรูป และบรรจุกระป๋อง บางรายได้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5,000-10,000 บาทเลยทีเดียว


นอกจากจำหน่ายในพื้นที่แล้ว ผลิตภัณฑ์ของวนาทิพย์ ยังส่งตามร้านอาหาร ห้างโมเดิร์นเทรด เทสโกโลตัส แมคโครสาขาร้อยเอ็ด และอุบลฯ ส่วนในต่างประเทศจำหน่ายคนรู้จักไปยังประเทศรัสเซีย และออสเตรเลีย ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยในต่างแดนที่นิยมบริโภคเพื่อคลายคิดถึงบ้าน ไม่ว่าจะนำไปทำยำ ลาบ ต้มยำ หรือ เมนูอื่นๆ ก็ลงตัว ทำให้วัตถุดิบไม่เพียงพอ และไม่สามารถเพิ่มปริมาณได้ เพราะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ


ถือเป็นตัวอย่างของชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเพื่ออนุรักษ์ป่า จนก่อเกิดประโยชน์มากมายแก่ชุมชน แถมสร้างรายได้และอาชีพในคราวเดียว เชื่อว่าบนเนื้อที่ 3006 ไร่ ในหนองอึ่ง จ.ยโสธร จะสร้างความอุดมสมบูรณ์สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ตราบใดที่ชาวบ้านยังมีหัวใจแห่งการอนุรักษ์ผืนป่า

***สนใจติดต่อ 095-658-0555**


ทิ้งคำตอบไว้