ภูเขาไฟบุรีรัมย์ 6 ลูกไปครบกันหรือยัง?

0 253

รู้หรือไม่ บุรีรัมย์มีภูเขาไฟ 6 ลูก มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ภูเขาไฟพนมรุ้ง

ภูเขาไฟปลายบัด

ภูเขาไฟอังคาร ซึ่งยังเป็นที่ตั้งของวัดเขาอังคารที่สวยงามอีกทีหนึ่งของบุรีรัมย์ภายในมีโบสถ์รูปทรงที่สวยงามแปลกตาที่ชวนให้เข้าไปชม จากศาลาวัดจะมองเห็นปากปล่องที่ปะทุของภูเขาไฟอังคารที่ดับสนิทแล้ว ซึ่งปากปล่องปะทุของเขาอังคารนี้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาน 900 เมตร เป็นหุบเขาลึก ลักษณะค่อนกลางกลมมีหน้าผาชันรอบปากปล่องมองออกไปรอบๆปล่องเขาจะเห็นวิวที่สวยงามกว้างสุดลูกหูลูกตา

ภูเขาไฟเขาคอก  หรือเขาคอก ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย อยู่ในเขตของวัดป่าบำรุงธรรม เขาคอกเป็นภูเขาไฟที่ไม่สูงมากมีปากปล่องกว่างเกือบๆ2เมตร ซึ่งชาวบ้านทีนี่เรียกว่า บ่อน้ำตายอ

ภูเขาไฟหลุบ หรือเขาหลุบ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เขาดุม ซึ่งปากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ปัจจุบันถูกศาลาสร้างทับเอาไว้ ซึ่งภูเขาไฟหลุบแห่งนี้มีสิ่งสำคัญอีกอย่างนั้นก็คือ จาลึกเขาดุม เป็นอักขรขอมโบราณ แต่จางมากจนอ่านแทบไม่ได้ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีก 2 อย่าง คือ พระพุทธรูปองค์โต อยู่ในศาลาที่สร้างทับปากปล่องภูเขาไฟ และเจ้าปู่หลุบ ที่ชาวบ้านนับถือกันมาก

ภูเขาไฟกระโดง จากตัวเมืองบุรีรัมย์ไป6กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข219 ถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย เราก็เดินทางมาถึงจุดหมายแรกนั้นคือภูเขาไฟกระโดง ภูเขาไฟที่มีอายุน้อยที่สุดในบุรีรัมย์ และจัดว่าเป็นภูเขาไฟที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทยคือประมาน 3 แสนถึง 9 แสนปี เมื่อก่อนชาวบ้านเรียกที่นี่จะเรียกพนมกระดอง เพราะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายกระดองเต่าเวลาผ่านไปภูเขาแห่งนี้ก็ถูกเรียกเพี้ยนมาเป็นภูเขากระโดง ซึ่งกรมป่าไม้ประกาศให้เป็นวนอุทยานภูเขาไฟกระโดงเมื่อปี พศ.2521 ซึ่งด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระสุภัทรบพิตรพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบุรีรัมย์ ด้านหน้าขององค์พระสามารถชมวิวเมืองบุรีรัมย์ได้ทั้ง 360 องศา ด้านซ้ายมือมีปราสาทหลังเล็กซึ่งด้านในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และมีพันธุ์ไม้พื้นเมืองหายากอย่าง ต้นโยนีปีศาจที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบนเขากระโดงและมีตำนานพื้นบ้านเล่าขานกันอีกด้วย เดินอ้อมไปด้านหลังองค์พระ เพื่อเดินลงไปชมปากปล่องภูเขาไฟ พร้อมเดินถ่ายรูปบนสะพานแขวนที่พาดข้ามปากปล่องภูเขาไฟกระโดงได้อีกด้วย