บุรีรัมย์เผาแล้วศพเหยื่อตึกยูเพลสถล่มท่ามกลางความอาลัยของครอบครัววอนช่วยเหลือหลังขาดเสาหลัก

0 318

บุรีรัมย์เผาแล้วศพเหยื่อตึกยูเพลสถล่มท่ามกลางความอาลัยของครอบครัววอนช่วยเหลือหลังขาดเสาหลัก เผยแล้ว 5 ศพแรงงานเหยื่อตึกยูเพลสถล่มที่ปทุมธานี ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว

บุรีรัมย์เผาแล้วศพเหยื่อตึกยูเพลสถล่มท่ามกลางความอาลัยของครอบครัววอนช่วยเหลือหลังขาดเสาหลัก เผยแล้ว 5 ศพแรงงานเหยื่อตึกยูเพลสถล่มที่ปทุมธานี ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว ขณะพ่อแม่และภรรยา “เชษฐา” 1 ในเหยื่อที่เสียชีวิตวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือความเป็นอยู่ของครอบครัวในระยะยาว เพราะขาดเสาหลักหารายได้เลี้ยงดู ส่วนเงินที่ได้รับก็ใช้จ่ายจัดงานศพเกือบหมดแล้ว ( 16 ส.ค.57) ศพแรงงานที่เสียชีวิต จากเหตุโศกนาฏกรรมอาคารคอนโดมิเนียม 6 ชั้น หรือ”ตึกยูเพลส” ที่กำลังก่อสร้าง ที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ถล่มทับเสียชีวิต ซึ่งเป็นชาวอ.นางรอง และ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 5 ราย ได้ทำพิธีฌาปนกิจแล้วที่วัดหนองไทร ต.หนองไทร อ.นางรอง และวัดบ้านปลื้ม ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ

 

ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัวและญาติพี่น้องที่มาร่วมงาน เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่ได้ติดตามข่าว โดยเฉพาะแรงงานที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ถึง 5 ราย ประกอบด้วย นายธนากรณ์ ตรีเมฆ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม. 7 บ.คลองไผ่ ต.หนองไทร อ.นางรอง , นายเชษฐา กำพูชาติ อายุ 39 ปี อยู่เลขที่ 73 ม.1 ต.หนองไทร อ.นางรอง , นายสิทธิโชค แกมมะณี อายุ 18 ปี อยู่เลขที่ 67 ม.1 ต.หนองไทร อ.นางรอง , นายใกล้รุ่ง ทับครบุรี อายุ 36 ปี อยู่เลขที่ 10 ม.14 ต.หนองไทร อ.นางรอง และนางเพียบ มงคล อายุ 34 ปี อยู่เลขที่ 6/2 ม.15 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ ซึ่งเป็นภรรยาของนายใกล้รุ้ง ทับครบุรี ขณะที่นายปรารภ กำพูชาติ อายุ 61 ปี พร้อมด้วยนางมารยาท กำพูชาติ อายุ 61 ปี และนางสุทา อรุณศรี อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่และภรรยาของนายเชษฐา กำพูชาติ หนึ่งในแรงงานที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่ม ก็ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือดูแลเรื่องความเป็นอยู่ในระยะยาว เนื่องจากต้องขาดเสาหลักที่หารายได้เลี้ยงครอบครั

 

ส่วนเงินที่ได้รับจากประกันสังคม 30,000 บาท เจ้าของโครงการ 55,000 บาท บริษัทรับเหมา 50,000 บาท และมูลนิธิปอเต็กตึ๊งอีก 10,000 บาท ขณะนี้ก็นำไปใช้จ่ายจัดงานศพ และใช้จ่ายในครอบครัวเกือบหมดแล้ว นางมารยาท กำพูชาติ ผู้เป็นแม่ยังกล่าวทั้งน้ำตานองหน้าว่า ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกชาย เพราะเป็นเสาหลักและความหวังของครอบครัว เนื่องจากพี่ชายคนโตก็เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนพี่สาวคนกลางก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไปรายได้ไม่แน่นอน จึงอยากวิงวอนให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ด้วย เพราะพ่อกับแม่แก่ชราแล้วไม่สามารถทำงานหนักได้ รอความหวังจากลูกชายก็ต้องมาเสียชีวิตอีก ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร แต่หากเลือกได้ก็อยากได้ชีวิตลูกกลับคืนไม่ว่าจะทุกข์ยากลำบากแค่ไหนก็ยอม

ที่มา: สุรชัย พิรักษา สวท. บุรีรัมย์

comments