ขายอดีต! กระเป๋าเลียนแบบถุงโชคดี

41

เมื่อผลิตภัณฑ์อย่างกระเป๋าหนังเริ่มซบเซา ทำให้โรงงานผลิตต้องปรับตัว จากกระเป๋าหนัง สู่ กระเป๋ากระสอบ ขายความทรงจำในอดีต โดยมี ‘ถุงโชคดี’ เป็นต้นแบบที่ยังคุกรุ่นในความทรงจำ กับแบรนด์ที่ชื่อว่า “Bangkok Tales” 

รวิวรรณ วรสินศิริ เจ้าของธุรกิจกระเป๋ากระสอบ แบรนด์ Bangkok Tales เผยที่มาธุรกิจนี้ให้ฟังว่า ในฐานะที่เธอเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัวที่มีโรงงานผลิตกระเป๋าหนัง แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้กระเป๋าหนังที่มีราคาค่อนข้างสูงลดความนิยมลง ยอดขายตกต่ำ จากที่ผู้คนลดการจับจ่าย และเลือกซื้อสินค้าที่ไม่สูงจนเกินไปนัก เธอมองว่า ในเมื่อมีของดีอยู่ในตัว มีโรงงานผลิตเอง และมีช่างฝีมือระดับสูง ดังนั้นหากใช้ความได้เปรียบเหล่านี้ มารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยอาศัยทักษะความรู้เป็นทุนเดิมมาปรับใช้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

เธอจึงเริ่มมองหาสิ่งของใกล้ตัว พร้อมคิดคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมองว่าไม่จำเป็นต้องทำกระเป๋าหนังเสมอไป สามารถเปลี่ยนวัสดุเป็นอย่างอื่นได้ แต่อาศัยทักษะการทำกระเป๋าหนังที่มีความปราณีตจากช่างฝีมือมาปรับใช้ได้ จึงมองไปที่กระเป๋าผ้า และอยากผสานความผูกพันในอดีต ซึ่งนึกไปถึง “ถุงกระดาษโชคดี” ในความทรงจำของใครหลายคน แต่ด้วยความที่เป็นกระดาษที่ไม่แข็งแรง จึงแปรเปลี่ยนเป็นผ้ากระสอบแทน เนื่องจากสีสันใกล้เคียงกับสีของถุงกระดาษมากที่สุด ดังนั้นคอลเลคชั่น “ถุงโชคดี 2018” จึงเกิดขึ้น ภายใต้แบรนด์ Bangkok Tales 


เดือนเมษายน 2561 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับธุรกิจกระเป๋าผ้ากระสอบ Bangkok Tales มีหน้าร้านที่เทอมินอล 21 ยกทัพกระเป๋าผ้ากระสอบ สกรีนคำว่า ‘โชคดี’ พร้อมลวดลายต่างๆ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ย้อนยุค ได้ใจบรรดาสาวๆ ไปเต็มๆ


ขึ้นชื่อว่า “กระเป๋ากระสอบ” อาจจะกังวลในเรื่องผิวสัมผัส การระคายต่อผิว แต่สำหรับกระเป๋ากระสอบ Bangkok Tales ใส่ใจเรื่องนี้มาเป็นอันดับหนึ่ง เลือกใช้ผ้ากระสอบเกรดเอไม่เคลือบสารพลาสติก เนื้อนุ่มที่สุด เป็นสีธรรรมชาติของเส้นปอ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ด้านในจะบุด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่งช่วยยึดเส้นใยไม่ให้หลุดลุ่ย เพื่อให้นุ่มขึ้น ส่วนการตัดเย็บจะมีความปราณีตและละเอียดมาก เนื่องจากใช้ช่างฝีมือที่เย็บกระเป๋ามาเป็นผู้ผลิตให้ ดังนั้นเรื่องความใส่ใจในการตัดเย็บวางใจได้


“เราใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการวางแผนธุรกิจ และออกแบบกระเป๋าผ้ากระสอบร่วมกับน้องสาว (อัฐภิญญา วรสินศิริ) เพื่อเปิดตัวให้ทันในงาน BIG&BIH 2018 เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา เพราะเป็นงานแสดงสินค้าของใช้ ของขวัญ และของตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี มีนักธุรกิจจากต่างประเทศมาร่วมงานด้วย ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด มีออเดอร์สั่งซื้อจากทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น มียอดสั่งซื้อเข้ามาเกือบ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ”


สำหรับกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวไทยประมาณ 80% และต่างชาติอีก 20% ด้วยกำลังการผลิตกระเป๋าในเล็ก กระเป๋าสตางค์ประมาณ 10,000 ใบ/เดือน กระเป๋าขนาดใหญ่ 5,000 ใบ/เดือน สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ต่อเนื่อง จากการที่เธอมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง รวมถึงปัจจุบันสินค้าในแบรนด์นี้มีกว่า 35 รายการแล้ว ล่าสุดเธอยังได้รับโอกาสร่วมงานกับหน่วยงานภาครัฐน อย่าง ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) สั่งผลิตกระเป๋าเพื่อให้เป็นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวในงาน Amazing Thailand อีกด้วย ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

“จากแบรนด์ที่ชื่อว่า Bangkok Tales เราวางธีมไว้ว่าเราจะเป็นหนังสือ 1 เล่ม ที่บอกเล่าเรื่องราวแฟชั่นในของไทยคนกรุง และของคนไทยในอดีต ผ่านผลิตภัณฑ์ วางคอลเลคชันถุงโชคดีถือเป็นบทที่ 1Chapter 1ต่อไปในส่วนของบทที่ 2 Chapter 2 จะเล่นกับสติ๊กเกอร์ท้ายรถบรรทุก เพราะเป็นเอกลักษณ์แบบ Thailand only โดยนำผ้าขาวม้าทอมือมาประยุกต์ เป็นการทำงานร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศหรือ SACICT ที่ได้รับซื้อผ้าขาวม้าทอมือจากชาวบ้านไว้เป็นจำนวนมากทางเราจึงนำมาต่อยอดสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มมูลค่า


นาคตเธอวาดฝันไว้ว่าจะทำให้แบรนด์ Bangkok Tales ติด 1 ใน 5 สำหรับของฝากที่ชาวต่างชาติต้องซื้อกลับ ขณะที่แผนขยายสาขา เตรียมนำสินค้าไปจำหน่ายตามหัวเมืองใหญ่ อาทิ นครราชสีมา ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพราะเป็นสินค้าอยู่ในกลุ่มของฝากและแฟชั่น จะหยุดนิ่งไม่ได้

credit:https://mgronline.com/smes/detail/9610000089423

ทิ้งคำตอบไว้