กว่าจะเป็นหมอตาเช่น ‘หมอกระต่าย’ ไม่ง่าย ไทยมี ‘หลักสิบ’ คน คนไข้ขาดหมอที่เก่งมากๆ อีกราย

0 155

นาทีนี้ ผู้คนยังไม่คลายความโศกเศร้าจากการสูญเสีย หมอกระต่าย-พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล ผู้ประสบอุบัติเหตุถูก ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กก.อารักขา บก.อคฝ. ขี่รถจักรยานยนต์ DUCATI MONSTER ชนขณะข้ามทางม้าลายหน้าสถาบันไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ส่งผลให้ พญ.วราลัคน์บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ครอบครัว คนสนิท วงการแพทย์ และอีกมากมายร่วมแสดงความเสียใจ โดยเฉพาะเมื่อทราบว่า พญ.วราลัคน์เป็นหมอในสาขาที่ขาดแคลน ร่ำเรียนถึง 2 สาขาย่อย ที่จะสามารถช่วยผู้ป่วยทางตาได้มากมาย

ขณะที่ พญ.อรวีณัฏฐ์ นิมิตรวงศ์สกุล จักษุแพทย์ สาขาศัลยกรรมตกแต่งเสริมสร้างเบ้าตาและอวัยวะรอบดวงตา หัวหน้าศูนย์ตาปลอม โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) และผู้ก่อตั้งศูนย์ Metta Prosthetic Eye Center : MPEC ระบุทางเพจเฟซบุ๊ก รู้เรื่องตา-ตาปลอม ต่อการผลิตจักษุแพทย์ในประเทศไทยว่า เรียนกันกี่ปีกว่าจะมาเป็นหมอตา อันนี้คือข้อมูลของประเทศไทยนะคะ บ้านเราจบ ม.6 แล้ว เข้ามหาวิทยาลัยต่อ เรียนหมอ 6 ปี จบแล้วต้องไปทำงานใช้ทุนก่อน อย่างน้อย 3 ปีค่อยได้เข้ามาเรียนเฉพาะทาง หรือบางสาขา บางสถาบันให้ใช้ทุน 1 ปีก่อนมาเรียนเฉพาะทาง

ภาพจากเฟซบุ๊กหมอกระต่าย Waraluck Kt

พญ.อรวีณัฏฐ์ระบุว่า ใน 6 ปีนั้น เรียนแผนกตาแค่ 2-4 สัปดาห์ ขึ้นกับแต่ละสถาบัน จึงไม่น่าแปลกใจที่หมอที่จบ 6 ปี อาจไม่คุ้นชินกับการรักษาโรคทางตา เรียนจักษุวิทยา 3 ปี อันนี้ตอนเข้าแผนกใหม่ๆ กันงง อย่างกับอยู่คนละโลก เนื่องจากศัพท์ใหม่ๆ มากมาย ตัวย่ออย่างกับภาษามนุษย์ต่างดาวเต็มไปหมด ตรวจวัดความดันตาโดยเครื่องมือที่ติดเครื่องตรวจเอาไปแตะกระจกตาของคนไข้ ซึ่งเป็นภาพที่คนไข้มักจะกลัว และเราต้องแตะแบบไม่เหลือร่องรอยบาดเจ็บให้กระจกตา กว่าจะจบหมอตาได้ ผ่านการฝึกฝนกันมาอย่างหนัก

“เรียนเฉพาะทางสาขาย่อยทางจักษุ ซึ่งทางตาเรามีสาขาย่อย 10 สาขา แต่ละสาขาเรียนกันหลักสูตรในประเทศ สาขาละ 1-2 ปี และบางรายอาจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอีก 1-2 ปี จะเห็นได้ว่า กว่าจะผลิตหมอตาออกมาได้คนนึง โดยเฉพาะหมอตาที่เป็นสาขาเฉพาะทางใช้เวลาและความยากในการผลิตมากมาย

 

“กรณีน้องที่ถูกรถชนเสียชีวิตนี้ น้องเป็นหมอสาขาที่ขาดแคลน และเป็นหมอที่ตั้งใจเรียนสาขาย่อยถึง 2 สาขาในคนเดียวกัน ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยทางตาได้มาก ทั้งสาขาจอตาที่ในประเทศมีประมาณร้อยคนเศษ และสาขาม่านตาอักเสบที่ในประเทศมีอยู่ไม่กี่สิบคน น่าจะไม่ถึง 50 คนทั้งประเทศด้วยซ้ำไป

“อุบัติเหตุในครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายกับวงการจักษุ และเป็นที่น่าเสียดายต่อคนไข้ที่ขาดหมอที่เก่งและดีมากๆ ไปอีกคน

 

“ขอให้มีกระบวนการแก้ไขอย่าให้มีการบาดเจ็บ เสียหาย เสียชีวิตเกิดขึ้นกับใครอีกเลย รณรงค์ให้มีกฎหมายและการแก้ไขป้องกันที่เข้มงวดมากกว่านี้ค่ะ ทางม้าลายควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนข้ามถนน รถควรหยุด หรือชะลอเมื่อเห็นคนข้ามทางม้าลาย ผู้ที่ฝืนกฎควรได้รับโทษที่เหมาะสม” พญ.อรวีณัฏฐ์กล่าว